ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ในกรณีนำข้อมูลมาใช้เพื่อการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์
收藏DataCite Commons2026-02-13 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1327
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำผลงานอันมีลิขสิทธิ์มาใช้ในการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) โดยทั่วไปแล้ว การฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์จำเป็นต้องรวบรวมผลงานมาจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลเพื่อใช้ในการฝึกฝน AI อย่างไรก็ตาม การรวบรวมผลงานนี้ ไม่มีการขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ในผลงาน ทำให้การกระทำดังกล่าวเป็นการทำซ้ำหรือการดัดแปลง ตามมาตรา 4 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เช่นนี้ เมื่อการกระทำดังกล่าวเป็นการทำซ้ำหรือการดัดแปลงที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว จึงก่อให้เกิดประเด็นวิเคราะห์ว่า การรวบรวมผลงานอันมีลิขสิทธิ์มาใช้ในการฝึกฝน AI นี้ สามารถนำข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาปรับใช้โดยไม่ถือเป็นความผิดได้มากน้อยเพียงใด และข้อยกเว้นตามมาตราดังกล่าว สอดคล้องกับกฎหมายด้านลิขสิทธิ์ของประเทศอื่นๆ อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ การรวบรวมผลงานอันมีลิขสิทธิ์มาใช้ในการฝึกฝน AI และการปรับใช้ข้อยกเว้นตามมาตรา 32 จะก่อให้เกิดปัญหาการตีความกฎหมายลิขสิทธิ์และอุปสรรคต่อการพัฒนา AI ในประเทศอย่างไรบ้างเพื่อก่อให้เกิดผลการค้นคว้าที่สอดคล้องต่อวัตถุประสงค์อันได้กล่าวไปเบื้องต้นนั้น การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ ได้ศึกษาแนวคิดพื้นฐาน ขั้นตอน และกระบวนการฝึกฝน AI ซึ่งรวมถึงกระบวนการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากผลงานอันมีลิขสิทธิ์ด้วย เช่น งานวรรณกรรม ดนตรีกรรม งานศิลปกรรม เป็นต้น รวมถึงยังได้ศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างแหล่งที่มาและวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวต่อกฎหมายลิขสิทธิ์ ความแตกต่างระหว่างการฝึกฝน AI ต่อการทำเหมืองข้อความและข้อมูล และแนวทางหรือหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการปรับใช้ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ในการรวบรวมผลงานอันมีลิขสิทธิ์เพื่อใช้ในการฝึกฝน AI ของประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีนจากการศึกษาพบว่า การนำผลงานอันมีลิขสิทธิ์แปลงเป็นข้อมูลเพื่อที่ใช้สำหรับการฝึกฝน AI โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ เป็นการทำซ้ำหรือการดัดแปลง อันเป็นการละเมิดสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ซึ่งมีสิทธิในการกระทำการเช่นว่านี้แต่เพียงผู้เดียวตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 โดยจะอ้างข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว มาใช้ในการฝึกฝน AI ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าการทำซ้ำหรือการดัดแปลงใดเป็นการการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 นั้น จำเป็นต้องตีความบทกฎหมายเป็นรายกรณี เนื่องจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนรองรับกรณีดังกล่าวด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเสนอแนวทางให้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของไทยเพื่อแก้ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำผลงานอันมีลิขสิทธิ์มาใช้ในการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ทั้งหมด 3 ประการ ประการแรก ควรตราบทบัญญัติที่อนุญาตให้มีการใช้ผลงานอันมีลิขสิทธิ์มาฝึกฝน AI ได้ เช่นเดียวกับมาตรา 30-4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของประเทศญี่ปุ่น ประการที่สอง ควรออกมาตรการหรือตราบทบัญญัติเพื่อให้อำนาจภาครัฐควบคุมและกำกับดูแลการให้บริการ Generative AI เช่นเดียวกับกฎหมายลิขสิทธิ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (the Interim Measures for the Management of the Management of Generative Artificial Intelligence Services) ประการสุดท้าย ควรตราบทบัญญัติเพื่อให้อำนาจภาครัฐควบคุมและกำกับดูแลการพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ เช่นเดียวกับพระราชบัญญัติการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์แห่งสหรัฐอเมริกา (AI Training Act (S.2551)) หากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ของไทยในปัจจุบันได้ปรับปรุงแก้ไขโดยปรับใช้ข้อเสนอแนะทั้งสามประการเช่นนี้ จะก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อประเทศไทย ได้แก่ ประการแรก ปัญหาด้านการตีความกฎหมายลิขสิทธิ์ในเรื่องการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ในอนาคตจะลดลง ประการที่สอง เทคโนโลยี AI ในประเทศไทยจะได้รับพัฒนาได้โดยมีกฎหมายรองรับ ประการสุดท้าย ผู้พัฒนา AI สามารถใช้ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ในขณะเดียวกัน ก็ไม่เป็นการจำกัดหรือลิดรอนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ในการแสวงหาผลประโยชน์จากผลงานของตนเองตามกฎหมาย โดยผลลัพธ์เชิงบวกทั้งสามประการนี้ จะทำให้การพัฒนาเทคโนโลยี AI ในประเทศไทยนั้น สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI กับนานาประเทศได้อย่างยั่งยืน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-13



