การประเมินโครงการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง: กรณีศึกษา อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
收藏DataCite Commons2024-03-26 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.73
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง การประเมินโครงการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคน ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษา อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ผู้วิจัยมีจุดมุ่งหมายในการจัดทำเพื่อ 1) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการโดยการใช้แบบจำลอง CIPP MODEL มาประเมินผลโครงการขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคน ทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนางานไปเสนอผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่และผู้บริหารต่อไป การศึกษาในครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงประเมินผล(Evaluation Research) และใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง (Documentary Research) จากข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ รายงานการประชุมคณะกรรมการ และข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกบุคคลผู้ให้สัมภาษณ์ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยเลือกบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการดำเนินโครงการ ได้แก่ คณะกรรมการบริหารศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอ (คจพ.อ.) ทีมปฏิบัติการตำบล ทีมพี่เลี้ยง และครัวเรือนยากจนเป้าหมายของโครงการ และใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหาผ่านกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ตามแบบจำลอง CIPP Model ประกอบด้วย การประเมินด้านบริบทสภาพแวดล้อมของโครงการ (Context evaluation) การประเมินปัจจัยนำเข้า (Input evaluation) การประเมินกระบวนการ (Process evaluation) และการประเมินผลผลิต (Product evaluation)จากการศึกษาผู้วิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์ของโครงการเมื่อวิเคราะห์ตามแบบจำลอง CIPPMODEL พบว่าโครงการมีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสามารถบรรลุเป้าหมายตามแนวทางและระยะเวลา งบประมาณที่กำหนด และในการบรรลุประสิทธิผล สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้ทั้งหมด แต่ในเรื่องคุณค่า ยังไม่เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนกับครัวเรือนยากจนเป้าหมายของโครงการ ครัวเรือนยังต้องรอรับการสงเคราะห์ต่อไป เพราะผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ ยังไม่สามารถจูงใจให้ครัวเรือนที่พอมีศักยภาพมาประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้ โดยผู้วิจัยมีข้อเสนอเชิงปฏิบัติ คือ ควรมีการให้ความรู้เรื่อง การสร้างแรงจูงใจให้คนยากจนเกิดความตระหนักและต้องการพัฒนาตนเองแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และข้อเสนอเชิงนโยบาย คือ ควรมีการพิจารณาทบทวนการนำระบบ TPMAP มาใช้ในการคัดกรองเลือกคนจนเป้าหมายของโครงการเนื่องจากเมื่อนำไปใช้ในพื้นที่ยังพบครัวเรือนที่ไม่ได้ยากจนเข้ามามีชื่อเป็นครัวเรือนยากจนของโครงการ เนื่องจากเกณฑ์กำหนดความยากจนของระบบยังไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความยากจนที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-03-26



