การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบปัจจัยที่ส่งผลต่อความเต็มใจจ่ายอาหารแมวชนิดเม็ดของผู้เลี้ยงแมว gen X และ gen Y ในกรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2025-11-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1182
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้ศึกษาการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเต็มใจในการจ่ายเงิน (Willingness to Pay: WTP) สำหรับอาหารแมวชนิดเม็ดของผู้เลี้ยงแมวในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเน้นศึกษาความแตกต่างระหว่างผู้เลี้ยงแมว Generation X (Gen X) และ Generation Y (Gen Y) โดยการศึกษานี้มุ่งตอบวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ ของผู้เลี้ยงแมวต่อความเต็มใจจ่ายสำหรับอาหารแมวชนิดเม็ดเกรดพรีเมียม 2) เปรียบเทียบความเต็มใจจ่ายระหว่างผู้เลี้ยงแมว Gen X และ Gen Y และ 3) เปรียบเทียบระดับความเต็มใจจ่ายระหว่างอาหารแมวเกรดมาตรฐานและเกรดพรีเมียม งานวิจัยนี้ครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยผู้เลี้ยงแมวที่มีถิ่นที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 581 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ทั้งสถิติเชิงพรรณนา ซึ่งได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ซึ่งประกอบด้วย การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระต่อกัน (Independent Samples t-test) การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยในกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน (Paired Samples t-test) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านอายุมีความสัมพันธ์ในทิศทางลบต่อความเต็มใจจ่ายเงินสำหรับอาหารแมวชนิดเม็ดเกรดพรีเมียมอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่ม Gen Y มีระดับความเต็มใจจ่ายสูงกว่ากลุ่ม Gen X อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับระดับการศึกษาที่สูงกว่าปริญญาโท ซึ่งมีผลในทิศทางลบต่อความเต็มใจจ่ายเงินสำหรับอาหารแมวชนิดเม็ดเกรดพรีเมียมอย่างมีนัยสำคัญ ในด้านการตลาด พบว่าฉลากผลิตภัณฑ์ที่ให้ข้อมูลโภชนาการชัดเจน และการตั้งราคาที่เอื้อประโยชน์ต่อการซื้อแบบประหยัด มีผลเชิงบวกต่อความเต็มใจจ่ายอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการเปรียบเทียบระหว่างสองเจเนอเรชัน พบว่ากลุ่ม Gen Y มีระดับความเต็มใจจ่ายเฉลี่ยที่ 629.93 บาท และกลุ่ม Gen X มีระดับความเต็มใจจ่ายเฉลี่ยที่ 436.70 บาท โดยมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001, Cohen’s d = 0.948) ขณะที่การเปรียบเทียบระหว่างอาหารแมวทั้งสองเกรด พบว่าผู้บริโภคมีความเต็มใจจ่ายสำหรับอาหารแมวเกรดพรีเมียมเฉลี่ย 536.14 บาท และเกรดอาหารมาตรฐานที่ 183.73 บาท อย่างมีนัยสำคัญ(p < 0.001, Cohen’s d = -1.529) ผลการวิจัยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายตัวของแนวคิด Pet Humanization หรือการมองสัตว์เลี้ยงเป็นมนุษย์ ซึ่งทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวและมีความยินดีที่จะลงทุนในผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Generation Y ที่แสดงพฤติกรรมการบริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้า ประสบการณ์ และสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากกว่าด้านราคา ดังนั้นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงควรพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่มีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามช่วงวัยอย่างชัดเจนทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา และการสื่อสารที่เหมาะสม เช่น กลุ่ม Generation Y ผู้ประกอบการควรเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย การสร้างประสบการณ์การซื้อและการใช้งานที่ดี และการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ ในขณะที่สำหรับกลุ่ม Generation X ผู้ประกอบการควรเน้นการให้ข้อมูลโภชนาการอย่างโปร่งใสและการจัดโปรโมชันที่เหมาะสมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการตัดสินใจซื้อในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-19



