การสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิตในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ: กรณีศึกษาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
收藏DataCite Commons2025-10-07 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.950
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิตในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยใช้กรณีศึกษาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผ่านการวิเคราะห์ความหมายและนิยามของคำว่า “สุขภาพจิตที่ดี” จากมุมมองของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การศึกษาการจัดการเชิงโครงสร้างขององค์กรและกลยุทธ์การสื่อสารที่ใช้ในการดำเนินงาน งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง พนักงานระดับปฏิบัติการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานสุขภาพจิตในองค์กรผลการวิจัยพบว่า ความหมายของ “สุขภาพจิตที่ดี” ใน กฟผ. มีความหลากหลาย เป็นความหมายหลายระดับที่ไม่ได้จำกัดเพียงมิติของการไม่มีโรค แต่แปรเปลี่ยนตามประสบการณ์ส่วนบุคคล บทบาทหน้าที่ และบริบทการทำงาน ซึ่งสะท้อนผ่านวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมภายใน ที่ส่งอิทธิพลต่อวิธีการรับรู้และปฏิบัติต่อเรื่องสุขภาพจิตในแต่ละระดับขององค์กรในด้านโครงสร้าง พบว่า งานด้านสุขภาพจิตใน กฟผ. ไม่ได้มีการจัดตั้งเป็นหน่วยงานเฉพาะ แต่บรรจุอยู่ภายใต้การดำเนินงานของหลายฝ่ายตามบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น การดูแลรักษาและให้คำปรึกษาโดยฝ่ายแพทย์และอนามัย การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์การ และฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคลและคุณภาพ รวมถึงการสร้างการรับรู้ผ่านฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์การ โครงสร้างลักษณะนี้มีรูปแบบการทำงานแบบเครือข่ายกระจายศูนย์ ที่ต้องอาศัยการประสานงานข้ามสายงานอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พบว่าบทบาทของผู้นำในระดับต่าง ๆ เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้งานด้านสุขภาพจิตดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรมกลยุทธ์การสื่อสารของ กฟผ. เพื่อสร้างเสริมสุขภาพจิตขึ้นอยู่กับ 3 วัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ การแจ้งให้ทราบ การสร้างการมีส่วนร่วม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยองค์กรใช้เครื่องมือสื่อสารที่หลากหลาย ทั้งช่องทางดิจิทัล กิจกรรมภายใน และสื่อบุคคล ซึ่งมีการออกแบบเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้การสร้างเสริมสุขภาพจิตในระดับองค์กรจะเน้นการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรและระบบสนับสนุน และระดับบุคคลจะมุ่งเน้นความรู้สึก การรับฟัง และการมีพื้นที่ทางใจ การสร้างเสริมสุขภาพจิตทั้งสองระดับนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อหล่อหลอมให้ประเด็นสุขภาพจิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรในระยะยาวข้อเสนอแนะจากการวิจัยเสนอว่า กฟผ. สามารถพัฒนาการสื่อสารด้านสุขภาพจิตให้เป็นระบบยิ่งขึ้น ด้วยการกำหนดเป้าหมาย ช่องทาง และบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ควบคู่กับการส่งเสริมบทบาทของผู้บริหารในการสื่อสารที่ใกล้ชิดและจริงใจ และยกระดับแนวคิดสุขภาพจิตไปสู่การสร้าง “สังคมแห่งความเข้าใจ” ที่เอื้อต่อวัฒนธรรมองค์กรอย่างยั่งยืน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-10-07



