สิทธิติดต่อกับบุตร: ศึกษากรณีบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือความสัมพันธ์ในความเป็นจริงกับบุตร
收藏DataCite Commons2023-11-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1481
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาปัญหาเรื่อง “สิทธิติดต่อกับบุตร” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584/1 ซึ่งกำหนดให้บิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตนได้ตามควรแก่พฤติการณ์ ส่งผลให้บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือความสัมพันธ์ในความเป็นจริงกับบุตรที่มีสถานะที่คล้ายคลึงหรือเสมือนกันกับบิดามารดาไม่มีสิทธิติดต่อกับบุตร เช่น บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บิดามารดาเลี้ยง ผู้บริจาคไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน หรือหญิงที่ตั้งครรภ์แทน คู่รักเพศเดียวกัน เป็นต้น รวมถึงบทบัญญัติดังกล่าวยังคงมีความไม่ชัดเจนว่าผู้มีสิทธิติดต่อกับบุตรควรมีขอบเขตในการติดต่อกับบุตรมากน้อยเพียงใด เพื่อไม่ให้กระทบต่ออำนาจปกครองบุตรหรือกระทบอำนาจปกครองบุตรน้อยที่สุด และการติดต่อกับบุตรนั้นจะต้องเป็นประโยชน์สูงสุดแก่เด็กด้วย เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้บัญญัติหลักการหรือแนวทางในการพิจารณาเกี่ยวกับขอบเขตของสิทธิติดต่อกับบุตร วิธีการใช้สิทธิติดต่อกับบุตร และเรื่องหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กไว้แต่อย่างใด ดังนั้น ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิติดต่อกับบุตร ในการพิจารณาขอบเขตสิทธิติดต่อกับบุตร รวมถึงวิธีการใช้สิทธิติดต่อกับบุตร จึงต้องนำกฎหมายอื่น นอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาเป็นเครื่องมือเพื่อให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจในการพิจารณาพิพากษาคดี และอาจมีหน่วยงานอื่นๆเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาเพื่อประเมินสถานการณ์ว่าเห็นสมควรให้บุคคลที่ประสงค์จะติดต่อกับบุตรมีสิทธิติดต่อกับบุตรหรือไม่และมีขอบเขตเพียงใด ตามปัญหาดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ใช้วิธีศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเยอรมันในเรื่องสิทธิติดต่อกับบุตร อำนาจปกครองบุตร และประโยชน์สูงสุดของเด็ก ซึ่งจากการศึกษาพบว่ากฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศเยอรมันก็ได้มีการบัญญัติให้บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือความสัมพันธ์ในความเป็นจริงกับบุตรที่มีสถานะที่คล้ายคลึงหรือเสมือนกันกับบิดามารดามีสิทธิติดต่อกับบุตรได้ เช่น บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บิดามารดาเลี้ยง คู่รักเพศเดียวกัน เป็นต้น โดยในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิติดต่อกับบุตร กฎหมายของทั้งสองประเทศก็มีการบัญญัติกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่เป็นการบัญญัติหลักเกณฑ์ มาตรการ ข้อจำกัดสิทธิติดต่อกับบุตรและระดับความเข้มงวดในการติดต่อกับบุตร หลักเกณฑ์ในการพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก รวมถึงหลักความยินยอมของเด็ก มีการกำหนดให้ศาลต้องรับฟังเด็กก่อน เพื่อให้ศาลสามารถพิจารณาขอบเขตของสิทธิติดต่อกับบุตรได้อย่างเหมาะสม จากการศึกษาเปรียบเทียบ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยบัญญัติให้บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือความสัมพันธ์ในความเป็นจริงกับบุตรที่มีสถานะที่คล้ายคลึงหรือเสมือนกันกับบิดามารดามีสิทธิติดต่อกับบุตรได้แบบมีเงื่อนไข รวมถึงกฎหมายไทยควรมีการบัญญัติหลักเกณฑ์ มาตรการ ข้อจำกัดสิทธิติดต่อกับบุตรที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการติดต่อกับบุตร มีการกำหนดระดับความเข้มงวดในการติดต่อกับบุตร หลักเกณฑ์ในการพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก การกำหนดเกณฑ์อายุที่เด็กจะให้ความยินยอม อีกทั้ง เห็นสมควรให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 โดยเฉพาะในคดีครอบครัวที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย ต้องมีการกำหนดให้ศาลต้องรับฟังเด็กก่อน เพื่อให้ศาลพิจารณาขอบเขตในการติดต่อกับบุตรได้อย่างเหมาะสม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-29



