five

การวิเคราะห์แนวโน้มของการสร้างปริมาณการค้า และการหันเหทิศทางการค้า จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (กรณีศึกษา : ประเทศไทย)

收藏
DataCite Commons2022-05-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2001.520
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษานี้ได้ประยุกต์ทฤษฎีการสร้างปริมาณการค้าและการหันเหทิศทางการค้าของ Balassa เพื่อประมาณผลกระทบที่เกิดจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) โดยได้แบ่งช่วงเวลาที่ศึกษาออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือช่วงแรกเป็นช่วงก่อนที่จะมีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (1980-1992) และช่วงที่สองเป็นช่วงหลังจากที่เขตการค้าเสรีอาเซียนได้ถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว (1993-2001) จากนั้นจึงนำค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์การนำเข้าสินค้าต่อรายได้ประชาชาติของข้อมูลทั้ง 2 ช่วงเวลามาเปรียบเทียบกัน ซึ่งจากทฤษฎีการสร้างปริมาณการค้าและการหันเหทิศทางการค้าของ Balassa นั้น ได้อธิบายว่า การสร้างปริมาณการค้าจะเกิดขึ้น ถ้าหลังจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแล้ว ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์การนำเข้าสินค้าต่อรายได้ประชาชาติมีค่าเพิ่มขึ้น และการหันเหทิศทางการค้าจะเกิดขึ้น ถ้าหลังจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแล้ว ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์การนำเข้าสินค้าต่อรายได้ประชาชาติมีค่าลดลง จากการศึกษาพบว่า การจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียนได้ส่งผลกระทบกับรูปแบบการนำเข้าสินค้าของประเทศไทยหลายชนิด โดยได้เกิดการสร้างปริมาณการค้าขึ้นกับประเทศภาคีอาเซียนในหลายสินค้า และได้เกิดการหันเหทิศทางการค้ากับประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ AFTA ในหลายสินค้าเช่นกัน การศึกษาถึงปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบกับรูปแบบการนำเข้าสินค้าของประเทศไทย โดยใช้การประยุกต์แบบจำลองกราวิทัต พบว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศมีความสัมพันธ์กับมูลค่าการนำเข้าสินค้าหลายชนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับสมมุติฐานของแบบจำลองกราวิทัตดั้งเดิม และอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับมูลค่าการนำเข้าสินค้าหลายชนิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งหมายความว่าสินค้านำเข้าสามารถนำมาใช้แทนสินค้าที่ผลิตเองในประเทศได้เป็นอย่างดี
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务