การพัฒนาสูตรอาหารสำหรับการผลิตเห็ดยามาบูชิตาเกะ (Hericium erinaceus)
收藏DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.588
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Hericium erinaceus) เป็นเห็ดทางการแพทย์ที่มีสรรพคุณทางยา และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชีย เนื่องจากอุดมไปด้วยสารสำคัญและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปัจจุบันมีรายงานการเพาะเห็ดด้วยวัสดุเพาะต่าง ๆ เพื่อให้ได้สูตรอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิต รวมถึงปรับปรุงองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพ แต่พบว่ายังมีข้อมูลอยู่ค่อนข้างน้อยโดยเฉพาะการนำกากถั่วเหลืองมาใช้ในการเพาะเห็ด ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้กากถั่วเหลืองสำหรับเป็นอาหารเสริมในการเพาะเห็ดยามาบูชิตาเกะและการให้น้ำมะพร้าวเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต โภชนาการ ปริมาณสารพฤกษเคมี และฤทธิ์ทางชีวภาพของเห็ดยามาบูชิตาเกะ ผลการศึกษาพบว่า เห็ดยามาบูชิตาเกะที่่เพาะบนกรรมวิธีที่่มีกากถั่วเหลืองสามารถเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากกรรมวิธีที่ไม่กากถั่วเหลือง โดยกรรมวิธี RS76:SM4 ที่มีอัตราส่วนขี้เลื่อยไม้ยางพารา:กากถั่วเหลือง ร้อยละ 76:4ส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะมีน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งมากที่สุด เท่ากับ 82.24 และ 10.67 กรัม ตามลำดับ เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพการผลิตพบว่ามีค่าเพิ่มขึ้นจากกรรมวิธีควบคุมถึง 128.64 เปอร์เซ็นต์ และการวิเคราะห์โภชนาการของเห็ดยามาบูชิตาเกะที่ได้จากการเพิ่มกากถั่วเหลือง พบว่า ความชื้น โปรตีน ไขมัน และเถ้าของเห็ดมีค่าเพิ่มขึ้นจากกรรมวิธีควบคุม นอกจากนี้ การเพิ่มกากถั่วเหลืองในทุกกรรมวิธีส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะมีปริมาณสารประกอบไตรเทอร์พีนอยด์และฟีนอลิกทั้งหมดอยู่ในช่วง 56.78-69.15 มิลลิกรัมของกรดยูโซลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ และ 15.52-16.07 มิลลิกรัมของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ ตามลำดับ ในขณะที่เห็ดยามาบูชิตาเกะจากกรรมวิธีควบคุมมีปริมาณสารประกอบไตรเทอร์พีนอยด์และฟีนอลิกทั้งหมด เท่ากับ 32.15 มิลลิกรัมของกรดยูโซลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ และ 7.75 มิลลิกรัมของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ ตามลำดับ รวมทั้งส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะจากกรรมวิธีที่มีกากถั่วเหลือง (มีค่า IC50 เท่ากับ 0.67-0.89 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ากรรมวิธีควบคุม (มีค่า IC50 เท่ากับ 1.08 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร)จากการศึกษาการเพิ่มผลผลิตเห็ดยามาบูชิตาเกะด้วยน้ำมะพร้าว พบว่า องค์ประกอบของน้ำมะพร้าวมีผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะมีการเจริญเติบโตและปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกรรมวิธีควบคุม โดยการให้น้ำมะพร้าวที่ความเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะมีน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งมากที่สุด เท่ากับ 88.86 และ 10.07 กรัม ตามลำดับ เมื่อพิจารณาประสิทธิภาพการผลิตพบว่ามีค่าเพิ่มขึ้นจากกรรมวิธีควบคุม 22.09 เปอร์เซ็นต์ และจากการวิเคราะห์โภชนาการของเห็ดยามาบูชิตาเกะหลังการได้รับน้ำมะพร้าวทุกความเข้มข้น พบว่า ปริมาณโปรตีน ไขมัน และเถ้าของเห็ดมีค่าเพิ่มขึ้นจากกรรมวิธีควบคุม รวมถึงส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะมีปริมาณสารประกอบไตรเทอร์พีนอยด์และฟีนอลิกทั้งหมดอยู่ในช่วง 67.87-89.24 มิลลิกรัมของกรด ยูโซลิกต่อกรัมของ สารสกัดหยาบ และ 16.62-17.39 มิลลิกรัมของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ ตามลำดับ ในขณะที่เห็ดยามาบูชิตาเกะจากกรรมวิธีควบคุมมีปริมาณสารประกอบไตรเทอร์พีนอยด์และฟีนอลิกทั้งหมด เท่ากับ 56.84 มิลลิกรัมของกรดยูโซลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ และ 14.42 มิลลิกรัมของกรดแกลลิกต่อกรัมของสารสกัดหยาบ ตามลำดับ รวมทั้งการให้น้ำมะพร้าวทุกความเข้มข้นส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะ (มีค่า IC50 เท่ากับ 0.58-0.69 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ากรรมวิธีควบคุม (มีค่า IC50 เท่ากับ 0.77 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร) ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโต สารพฤกษเคมี และฤทธิ์ทางชีวภาพของเห็ดยามาบูชิตาเกะ ได้แก่ สารอาหารจากกากถั่วเหลืองและสารควบคุมการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ที่มีผลต่อกระบวนการกระตุ้นเซลล์ให้เกิดการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์อย่างรวดเร็วทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาของเส้นใยเห็ด จึงส่งผลให้เห็ดยามาบูชิตาเกะสามารถเจริญเติบโตได้ดีและมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงมีผลต่อการกระตุ้นการสังเคราะห์สารพฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพของเห็ดยามาบูชิตาเกะ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19



