อิทธิพลของการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมต่อพัฒนาการแนวคิดเพศสถานะ: กรณีศึกษาคำลงท้ายที่แสดงเพศในภาษาไทยของเด็กปฐมวัย
收藏DataCite Commons2025-08-18 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.449
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้ศึกษาอิทธิพลของการปฏิสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาแนวคิดเพศสถานะ โดยทำการศึกษาผ่านการใช้คำลงท้ายด้านเพศสถานะในภาษาไทย ที่กลุ่มตัวอย่างตอบสนองโดยผันแปรกับการใช้คำลงท้ายของผู้ร่วมสนทนา ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กไทยชั้นอนุบาล อายุ 5 - 6 ปี จำนวน 20 คน เพศชายและหญิงอย่างละเท่า ๆ กัน โดยอาศัยแนวคิดที่ชี้ว่าเด็กช่วงวัยดังกล่าว จะมีความเข้าใจเรื่องเพศสถานะอย่างเข้มข้น การวิจัยประกอบด้วยการทดสอบ 2 ชุดในรูปแบบเกม ที่ออกแบบและสร้างขึ้นโดยผู้วิจัยและแสดงผลบนแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์การทดสอบแรกทำขึ้นเพื่อวัดความเข้าใจในการเชื่อมโยง และจำแนกเพศสถานะของกลุ่มตัวอย่าง ว่าสามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบด้านเพศสถานะของตัวละครต่างๆ ในเกม ได้แก่ รูปลักษณ์ (เครื่องแต่งกาย และ ทรงผม) กับการใช้คำลงท้ายด้านเพศสถานะ (“ครับ” “ค่ะ”) ได้หรือไม่ รวมไปถึงรูปลักษณ์หรือการใช้คำลงท้าย สิ่งใดส่งผลมากกว่าเมื่อเกิดความไม่เข้ากันขององค์ประกอบทั้งสอง ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 90 สามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งสองได้ และเมื่อเกิดการไม่เข้ากันกันระหว่างสององค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 70 ยึดการใช้คำลงท้ายของตัวละครเป็นหลักในการจำแนกเพศสถานะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่การทดสอบที่สอง ทำขึ้นเพื่อทดสอบการใช้คำลงท้ายด้านเพศสถานะของกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามรูปแบบการใช้คำลงท้ายของผู้ร่วมสนทนาใน 4 เงื่อนไข คือ (1) (พื้นฐาน) ตัวละครต่างๆ ไม่ใช้คำลงท้าย (2) ใช้คำลงท้ายที่สอดคล้องกับเพศของกลุ่มตัวอย่าง (3) ใช้คำลงท้ายที่ไม่สอดคล้องกับเพศของกลุ่มตัวอย่าง และ (4) ใช้คำลงท้ายในรูปแบบใหม่ “เคะ” หรือไม่และอย่างไร ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า การใช้คำลงท้ายของกลุ่มตัวอย่างเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขการใช้คำลงท้ายของผู้ร่วมสนทนาอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ ดังเช่น ในเงื่อนไข (1) การตอบสนองโดยไม่ใช้คำลงท้ายปรากฎในเงื่อนไข (1) ร้อยละ 99.2 ลดลงเรื่อยๆ ในเงื่อนไข (3) เหลือร้อยละ 49.2 ในเงื่อนไข (4) ร้อยละ 47.5 และเหลือเพียงร้อยละ 40.8 ในเงื่อนไข (2)รูปแบบการตอบสนองที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มตัวอย่างตามเงื่อนไขนี้ ชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลด้านบทบาทของผู้ร่วมสนทนา และด้านความคิดเรื่องเพศสถานะที่เด็กยึดถืออยู่ ทั้งนี้ บทบาทของผู้ร่วมสนทนาปรากฎชัดเจนในเงื่อนไข (4) เมื่อเด็กเลือกใช้คำลงท้ายรูปแบบใหม่ตามผู้ร่วมสนทนาถึงร้อยละ 43.3 และในเงื่อนไข (3) เมื่อเลือกใช้คำลงท้ายที่ไม่สอดคล้องกับเพศของตนเอง (แต่สอดคล้องผู้ร่วมสนทนา) ร้อยละ 23.4 ขณะที่อิทธิพลของแนวคิดด้านเพศสถานะที่เด็กยึดถืออยู่ เห็นได้จากผลการเลือกใช้คำลงท้ายตามเพศสถานะของตนเองร้อยละ 27.5 ในเงื่อนไข (3) และร้อยละ 9.2 ในเงื่อนไข (4) เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อบทบาทของผู้ร่วมสนทนาและความคิดเรื่องเพศสถานะ เป็นไปอย่างสอดคล้องกันเช่นในกรณีของเงื่อนไข (2) เด็กเลือกใช้คำลงท้ายที่สอดคล้องกับเพศของตนเองสูงที่สุดถึงร้อยละ 59.2จากผลการทดสอบทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมส่งผลอย่างสำคัญต่อการใช้คำลงท้ายที่แสดงเพศของเด็กผ่านการปฏิสัมพันธ์ และชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่แนวคิดด้านเพศสถานะ จะมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการทางสังคมและภาษาอย่างใกล้ชิด
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-08-18



