การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2022-07-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.312
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ โดยจุดมุ่งหมายหลักคือหาองค์ประกอบที่ช่วยพัฒนาให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่ และหาแนวทางในการวางแผนพัฒนาเมืองที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคตต่อไป เนื่องจากกรุงเทพฯ นั้นมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศมีการเติบโตขึ้นทุกปีแต่สุขภาวะของคนในประเทศนั้นกลับเติบโตสวนทางกัน การเติบโตของเมืองอย่างไร้ทิศทาง ขาดการวางผังเมืองที่เหมาะสมและโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมเมืองซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาวะของคนเมือง วิธีการวิจัยในงานนี้มีการนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้อาศัยอยู่ในเขตศูนย์กลางเศรษฐกิจเมืองกรุงเทพมหานครผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย Google form จำนวน 400 ชุด ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด รองลงมาเป็นรถไฟฟ้าและรถโดยสารประจำทางตามลำดับ งานวิจัยนี้ใช้วิธีทั้งสถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ใข้วิธี ANOVA และ T-test ในส่วนของการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรกับสุขภาวะนั้นใช้วิธีการวิเคราะห์ถดถอยด้วยโปรแกรมทางสถิติ SPSS ผลการวิเคราะห์เชิงพรรณนาในด้านประชากรศาสตร์พบว่า ผู้ที่มีสถานะสมรสแล้วมีค่าเฉลี่ยสุขภาวะสูงกว่าสถานะโสด โดยกลุ่มคน Generation Z และ Generation Y ตอนต้น (อายุ 19-24 ปี และอายุ 25-29 ปี) และกลุ่ม Baby Boomers (อายุ 60 ปีขึ้นไป) นั้นมีค่าเฉลี่ยสุขภาวะต่ำกว่ากลุ่ม Generation Y ตอนปลาย (อายุ 30-39 ปี) และกลุ่ม Generation X (40-59 ปี) ส่วนผู้ประกอบอาชีพที่มีค่าเฉลี่ยสุขภาวะสูงที่สุดคือข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ในด้านของระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางไปทำงานพบว่า ผู้ที่ใช้เวลาเดินทางระหว่าง 1.30-2 ชั่วโมง มีค่าเฉลี่ยสุขภาวะต่ำที่สุด ในขณะที่ลักษณะทางประชากรอื่นๆ ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา รายได้ส่วนตัวต่อเดือน สถานภาพการอยู่อาศัย และความหนาแน่นของที่อยู่อาศัย ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ผลการวิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยยังพบว่าพื้นที่สีเขียวในเมืองมีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญกับสุขภาวะมากที่สุด โดยการมีทางเท้าที่สามารถใช้งานได้สะดวกปลอดภัย และระบบการจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพนั้นมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญรองลงมา การมีหน่วยงานสาธารณสุขตั้งอยู่ใกล้ที่พักอาศัยสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก และระบบขนส่งสาธารณะมีความสัมพันธ์กับสุขภาวะในทางลบ ในขณะที่การอาศัยอยู่ใกล้หน่วยงานสาธารณสุขและระบบขนส่งสาธารณะนั้นมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญในเชิงลบ ส่วนปัจจัยทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การมีสวนสาธารณะภายในชุมชนมีความเปิดกว้างมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญในเชิงบวก ส่วนปัจจัยทางด้านความเชื่อมโยงกันทางสังคม ไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับสุขภาวะ แต่มีตัวแปรที่มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญคือความรู้สึกใกล้ชิดครอบครัว เพื่อน และผู้อื่นในสังคม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-07-19



