เหตุยกเว้นความรับผิดฐานทำแท้งเมื่อหญิงไม่อยู่ในสภาวะที่สามารถให้ความยินยอมได้
收藏DataCite Commons2025-09-22 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.867
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การยุติการตั้งครรภ์เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางสังคมเกี่ยวกับสิทธิของสตรีเกี่ยวกับสิทธิในชีวิตเนื้อตัวร่างกายมากขึ้นถึงขนาดมีการรับรองว่าการยุติการตั้งครรภ์เป็นสิทธิส่วนหนึ่งของสิทธิในความเป็นส่วนตัว (Right to Privacy) สำหรับประเทศไทย การทำแท้งถือเป็นความผิดโดยกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 - มาตรา 304 และได้บัญญัติข้อยกเว้นเหตุที่จะทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมายในมาตรา 305 โดยจะต้องเป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา แต่อย่างไรก็ตามการทำแท้งถือเป็นการกระทำต่อเนื้อตัว ร่างกาย ฉะนั้นจึงต้องได้รับความยินยอมจากหญิงที่ประสงค์จะยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งหญิงในขณะที่สามารถให้ความยินยอมยุติการตั้งครรภ์ได้คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เมื่อพิจารณาข้อยกเว้นความผิดตามมาตรา 305 จะพบว่าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะได้รับการยกเว้นความรับผิดก็ต่อเมื่อเป็นกรณีที่หญิงให้ “ความยินยอม” ตามมาตรา 302 เท่านั้น แต่หากพิจารณาในกรณีว่าหญิงในขณะนั้นไม่อยู่ในสภาวะที่สามารถให้ความยินยอมในการยุติการตั้งครรภ์ได้ ด้วยสาเหตุบางประการ เช่น เหตุแห่งสภาวะทางจิตใจ หรือในขณะไม่มีสติสัมปชัญญะ สติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ หรือเป็นผู้มีความบกพร่องทางความสามารถ (incompetent) หญิงที่อยู่ในสภาวะดังกล่าวย่อมไม่สามารถให้ “ความยินยอม” เพื่อยุติการตั้งครรภ์ตามความหมายของมาตรา 301 และมาตรา 302 ได้ จากข้อเท็จจริงข้างต้นจึงเกิดเป็นช่องว่างทางกฎหมายและในทางปฏิบัติผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมยังคงเกิดความหวาดกลัวในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อยุติการตั้งครรภ์ ดังนั้น ผู้เขียนจึงพบว่ากฎหมายไทยได้กำหนดกรอบเพียงว่า การทำแท้งต้องได้รับ “ความยินยอม” จากหญิง แต่กฎหมายไทยยังขาดการมีกฎหมายรองรับในประเด็นหญิงไม่อยู่ในสภาวะที่สามารถให้ความยินยอมได้การวิเคราะห์ปัญหาพบว่า หากหญิงไม่อยู่สภาวะที่สามารถให้ความยินยอมได้ไม่ว่าจะด้วยสภาวะใดก็ตาม แพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมทำการยุติการตั้งครรภ์ของหญิงดังกล่าว ยังคงต้องมีความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 303 แม้จะมีเหตุยกเว้นความรับผิดตามมาตรา 305 ประกอบข้อบังคับแพทยสภาฯ ก็ตาม เพราะการยกเว้นความรับผิดตามมาตรา 305 ประกอบข้อบังคับแพทยสภาฯ ต้องเป็นกรณีการทำแท้งที่หญิงยินยอมตามมาตรา 302 เท่านั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงไม่อาจเกิดเหตุการณ์ที่หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่อยู่ในสภาวะที่สามารถให้ความยินยอมได้ จะสามารถให้ความยินยอมเพื่อยุติการตั้งครรภ์ตามความหมายของมาตรา 302 ได้เลย การที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมยังคงมีความรับผิดตามมาตรา 303 จึงทำให้เกิดความไม่สมเหตุสมผลทางกฎหมาย ดังนั้น การศึกษาจึงได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายอาญา แนวทาง และเงื่อนไขการให้ความยินยอมยุติการตั้งครรภ์ของหญิงที่ไม่อยู่ในสภาวะที่สามารถให้ความยินยอมได้เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในการยกเว้นความรับผิดภายใต้เงื่อนไข กรณีหญิงไม่ยินยอมให้ยุติการตั้งครรภ์ตามมาตรา 303 เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของประเทศไทยต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-22



