five

การเคลื่อนไหวของขบวนการแรงงานสู่การเมืองระดับชาติ: กรณีศึกษาการเคลื่อนไหวของปีกแรงงานภายใต้พรรคอนาคตใหม่ช่วงปี พ.ศ. 2561-2563

收藏
DataCite Commons2024-09-23 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.940
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้มุ่งวิเคราะห์และศึกษา บทบาท อุดมการณ์แนวคิด โครงสร้างเครือข่าย กลไก และวิธีการที่ใช้ในการยกระดับการเคลื่อนไหวของขบวนการแรงงานสู่การเมืองระดับชาติภายใต้พรรคอนาคตใหม่ในแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่ช่วงการเกิดรัฐประหารในปี พ.ศ. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2562 จนกระทั่งถึงช่วงสิ้นสุดอย่างเป็นทางการ การประกาศยุบพรรคอนาคตใหม่ในปี พ.ศ. 2563 จุดกระแสเกิดการเคลื่อนไหวทางสังคมโดยกลุ่มนักศึกษาพร้อมทั้งประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ งานวิจัยชิ้นนี้ใช้วิธีศึกษารูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้เครื่องมือวิจัยเชิงเอกสาร และเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกของขบวนการแรงงานที่รวมกลุ่มอย่างเป็นทางการภายใต้พรรคการเมือง ขอบเขตการศึกษาครอบคลุมทุกกลุ่มในขบวนการนี้ ทั้ง (1) แกนนำหลักของปีกแรงงาน (2) ผู้นำสหภาพแรงงานที่เข้าร่วมขบวนการ (3) ทีมข้อมูลและนโยบายปีกแรงงาน และ (4) ผู้แทนราษฎรสัดส่วนปีกแรงงาน โดยเลือกตัวอย่างข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงตามประเด็นศึกษา และใช้เทคนิคการสุ่มแบบลูกโซ่ผลการศึกษาพบว่า การเคลื่อนไหวเพื่อยกระดับเปลี่ยนการรับรู้ประเด็น รัฐสวัสดิการ กับแรงงานและการเมืองประชาธิปไตยของปีกแรงงานพรรคอนาคตใหม่ยังไม่สามารถเปลี่ยนการรับรู้แก่แรงงานทั่วไปที่อยู่นอกเครือข่ายได้อย่างครอบคลุมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้จะมีผลตอบกลับบ้างเล็กน้อยในระดับปัจเจกบุคคลก็ตาม เนื่องด้วยเงื่อนไขและปัจจัยสำคัญที่เกิดจาก (1) ความเป็นประชาธิปไตยในประเทศ และแนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตยของพรรค ความเป็นประชาธิปไตยที่ส่งผลสะเทือนต่อรัฐสภาและการยุบพรรคอนาคตใหม่ที่มีอายุเพียงปีเศษ ตลอดจนช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงภายหลังจากการถูกยุบพรรค ที่ทำให้งานพื้นที่และมวลชนต้องหยุดชะงัก เหลือไว้แค่เพียงการทำงานด้านความคิดทางนโยบายแรงงานและรัฐสวัสดิการผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย รวมถึงแนวคิดของพรรคอนาคตใหม่ที่ช่วงหลังมีความเป็นเสรีนิยมเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการผลักดันนโยบายและร่างกฎหมายของกลุ่มปีกแรงงานผ่านกระบวนการของพรรคเป็นอย่างยิ่ง (2) โครงสร้างแท้จริงของขบวนการที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ตลอดจนปัญหาการเชื่อมประสานเพื่อเพิ่มแนวร่วม ขยายพื้นที่ให้กับแรงงานนอกระบบอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองระดับชาติร่วมกับขบวนการได้ (3) วิธีการเคลื่อนไหวผลักดันภายใต้กระบวนการฝั่งนิติบัญญัติของขบวนการไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามเป้าหมายและกรอบที่วางไว้ ส่งผลให้เกิดร่องรอยความขัดแย้งในเรื่องยุทธวิธีออกเป็น 2 ฝั่งอย่างหลวม ๆ รวมถึงกลไกการขับเคลื่อนร่างกฎหมายของขบวนการผ่านพรรคที่ไม่สอดรับซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีกระบวนการพิจารณาและแก้ไขร่างกฎหมายที่ล่าช้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากการถูกต่อต้านโดยกลุ่มทุนภายในพรรค (4) ทรัพยากรสนับสนุนจากพรรคที่มีเงื่อนไขและจำกัด ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการสื่อสารผ่านสื่อโซเชียลหลักของพรรค ชุดข้อมูลสนับสนุนนโยบายของขบวนการจากพรรค เป็นต้น ในภายหลัง ประเด็นเฉพาะหน้าด้านแรงงานมีความหลากหลายผ่านเข้าการประชุมรัฐสภาและประชุมกรรมาธิการแรงงานมากขึ้นจากกลุ่มอิสระและเครือข่ายนอกขบวนการ รวมถึงการขยายเครือข่ายพันธมิตรจากการทำงานด้านความคิดกับองค์กรภายนอกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เงื่อนไขดังกล่าวยังส่งผลต่อเป้าหมาย และรูปแบบการระดมทรัพยากรในปัจจุบัน ที่ขบวนการหันมาเน้นด้านทรัพยากรบุคคล ผ่านการขยายเครือข่ายอย่างมีกลไกและซับซ้อนมากขึ้น โดยเน้นการทำงานกับมวลชนผ่านการจัดตั้งอย่างเป็นกระบวนการ เพื่อวางฐานรากของขบวนการให้มั่นคง ขยายการสื่อสารรับรู้แก่สังคม กระจายอำนาจและทรัพยากรภายใต้โครงสร้างสังคมการเมืองให้แก่กลุ่มผู้ใช้แรงงานอื่น ๆ ผ่านทางเครือข่ายในขบวนการ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-23
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务