five

การเข้าถึงและใช้ประโยชน์สวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังพิการ: กรณีศึกษาเขตบริหารเรือนจำ เขต 10 (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี)

收藏
DataCite Commons2022-07-16 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1329
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์เล่มนี้มุ่งหมายศึกษาเกี่ยวกับการรับรู้สวัสดิการสำหรับผู้ต้องขังพิการ ตลอดจนการศึกษาปัญหาและอุปสรรคจากการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์สวัสดิการของผู้ต้องขังพิการ เพื่อเป็นการพัฒนาด้านสวัสดิการผู้ต้องขังพิการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการศึกษาแบบผสมผสาน (Mix methodology research) ดำเนินการสำรวจและสัมภาษณ์ รวมทั้งสิ้น 207 คน ประกอบด้วยกลุ่มผู้ต้องขังพิการในเขตบริหารเรือนจำ เขต 10 (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี) จำนวน 194 คน ผู้ปฏิบัติงานด้านสวัสดิการผู้ต้องขังพิการ จำนวน 11 คน และผู้มีหน้าที่กำกับการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสำหรับผู้ต้องขัง จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ทดสอบประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์เป็นลักษณะสถิติไม่ใช่พารามิเตอร์ (Non-parametric) ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ 2 ตัวแปร ด้วยการทดสอบแมนวิทนีย์ (Mann-Whitney U test) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากรมากกว่า 2 กลุ่ม ด้วยการวิเคราะห์ค่า Chi-square ด้วยการทดสอบครัสคัลวิลลัส (Kruskal-Wallies H test) กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้ข้อมูลพื้นฐานของผู้ต้องขังพิการจำนวน 194 คน ประกอบด้วย เพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา อาชีพก่อนต้องโทษ ข้อมูลเกี่ยวกับคดี ระยะเวลาการอยู่ในเรือนจำ กำหนดโทษ การขึ้นทะเบียนคนพิการ และประเภทความพิการ พบว่า กลุ่มประชากรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีช่วงอายุระหว่าง 31-40 ปี จบการศึกษาระดับประถมศึกษา กระทำความผิดฐานคดียาเสพติดจำนวนมากที่สุด ระยะเวลาการอยู่ในเรือนจำเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1-10 ปี เป็นผู้ต้องขังพิการคดีเด็ดขาด ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนคนพิการ และส่วนมากมีความพิการประเภท 3 (การเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย) ผลการศึกษาการรับรู้สิทธิสวัสดิการผู้ต้องขังพิการในภาพรวม พบว่า มีการรับรู้ด้านสิทธิและสวัสดิการระดับสูง โดยเฉพาะด้านนันทนาการ และมีการรับรู้ระดับต่ำ คือ ด้านบริการสังคม ด้านกระบวนการยุติธรรม ส่วนผลการศึกษาการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการผู้ต้องขังพิการภาพรวมอยู่ในระดับสูง มีการเข้าถึงระดับสูงที่สุด คือ ด้านสุขภาพและอนามัย ส่วนด้านที่มีการเข้าถึงระดับต่ำที่สุดคือ ด้านกระบวนการยุติธรรม และผลการศึกษาการใช้ประโยชน์สิทธิสวัสดิการผู้ต้องขังพิการภาพรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก โดยเฉพาะด้านสุขภาพและอนามัย และมีการใช้ประโยชน์ระดับปานกลาง คือ ด้านที่อยู่อาศัย ด้านกระบวนการยุติธรรม ตามลำดับ ข้อเสนอแนะจากการศึกษา พบว่า ในระดับการปฏิบัติงาน เรือนจำหรือทัณฑสถานควรมีการพัฒนาสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม โดยการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์เสริมทางร่างกายให้เหมาะกับผู้ต้องขังพิการ ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ (Accessibility for all Act) ประกอบกับการนำศักยภาพด้านการจัดสวัสดิการนันทนาการมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การจัดทำสื่อความรู้ การจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังพิการ การปฏิบัติงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับเพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้ต้องขังพิการที่ต้องโทษอยู่ภายในเรือนจำหรือทัณฑสถานได้ รวมถึงการส่งเสริมการจัดสวัสดิการด้านกระบวนกระยุติธรรมให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าถึงสวัสดิการ ดังนั้นในระดับนโยบาย กรมราชทัณฑ์ควรให้การสนับสนุนในการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ต้องขังพิการและสวัสดิการต่างๆ แก่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาคู่มือในการปฏิบัติงานให้เป็นปัจจุบัน ตลอดจนการเสนอแนวทางในการลดจำนวนผู้ต้องขังเพื่อให้สามารถจัดบริการสวัสดิการได้อย่างทั่วถึง และยกระดับการช่วยเหลือผู้ต้องขังพิการได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-07-16
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务