การสนับสนุนทางสังคมที่ให้กับครอบครัวผู้ป่วยจิตเภทเพื่อป้องกันการถูกทอดทิ้งในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลปากช่องนานา
收藏DataCite Commons2026-01-09 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1297
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การสนับสนุนทางสังคมที่ให้กับครอบครัวผู้ป่วยจิตเภท เพื่อป้องกัน การถูกทอดทิ้งในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลปากช่องนานา” มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการสนับสนุนทางสังคมให้กับครอบครัวของผู้ป่วยจิตเภท เป็นการวิจัยกรณีศึกษา ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลหลัก คือ ผู้ดูแลผู้ป่วยจิตเภท จำนวน 5 กรณีศึกษา และทีมสหวิชาชีพจำนวน 7 ราย เก็บข้อมูลวิจัยจากผู้ดูแลในพื้นที่อำเภอปากช่อง ผลการศึกษาพบว่า การสนับสนุนทางสังคมทั้ง 5 ด้าน มีผลต่อครอบครัวผู้ป่วยจิตเภท ได้แก่ 1) การสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร การได้รับคำปรึกษาความรู้เกี่ยวกับโรคจิตเภทมีส่วนสำคัญอย่างมากในช่วงแรกของการดูแลผู้ป่วยจิตเภท เมื่อผู้ดูแลมีความกังวลต่อพฤติกรรมของผู้ป่วยจิตเภท อาจเกิดความเสี่ยงเรื่องการทอดทิ้งผู้ป่วยจิตเภท การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากทีมสหวิชาชีพเพื่อสร้างความเข้าใจและเพิ่มความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยจิตเภท จะช่วยให้ผู้ดูแลมีแนวทางการดูแลผู้ป่วยจิตเภทได้อย่างเหมาะสม 2) การสนับสนุนการยอมรับ การที่ครอบครัวยอมรับมีการช่วยเหลือผู้ดูแลมีความรักความห่วงใย จะทำให้ผู้ดูแลรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีกำลังใจในการดูแลผู้ป่วยจิตเภท ทีมสหวิชาชีพมีส่วนช่วยให้คำปรึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้ดูแลและครอบครัว เพื่อลดอคติ มุมมองในด้านลบต่อผู้ป่วยจิตเภทเมื่อผู้ดูแลนำผู้ป่วยจิตเภทกลับมาดูแลต่อเนื่องที่บ้าน 3) การสนับสนุนด้านจิตใจ เมื่อผู้ดูแลได้รับกำลังใจจากบุคคลรอบข้างและทีมสหวิชาชีพ ทำให้ผู้ดูแลมีความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วย ลดความเครียด ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ผู้ป่วยได้รับการรักษาต่อเนื่อง 4) การสนับสนุนด้านการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม เมื่อผู้ดูแลนำผู้ป่วยจิตเภทกลับมาดูแลต่อที่บ้านในช่วงแรกชุมชนอาจมีมุมมองในด้านลบต่อผู้ป่วยจิตเภท แต่เมื่อผู้ดูแลนำดูแลผู้ป่วยจิตเภทได้อย่างถูกต้องผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น ใช้ชีวิตได้ปกติ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการยอมรับได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนโดยไม่ถูกผลักดันออกจากชุมชน การเข้ามาเตรียมความพร้อมของครอบครัวและชุมชนของทีมสหวิชาชีพจะช่วยให้เกิดการเตรียมความพร้อมด้านการดูแล ความเข้าใจต่ออาการพฤติกรรม และเกิดความช่วยเหลือในชุมชน 5) การสนับสนุนทางสังคมด้านสิ่งของ พบว่าผู้ดูแลส่วนใหญ่ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือโดยตรงกับหน่วยงาน แต่บางรายได้รับการช่วยเหลือจากทีมสหวิชาชีพหรือหน่วยงานในพื้นที่ มีการช่วยเหลือจัดสวัสดิการและการสนับสนุนด้านอาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยจิตเภทสามารถพึ่งพาตนเองได้ จะเห็นได้ว่าการสนับสนุนทางสังคม ทั้ง 5 ด้านมีความสำคัญต่อการลดอัตราการทอดทิ้งผู้ป่วยจิตเภท โดยการมีส่วนร่วมของทีมสหวิชาชีพและชุมชนเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ดูแลและผู้ป่วยจิตเภทให้สามารถอยู่ร่วมกันในครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติข้อค้นพบในการศึกษาครั้งนี้ คือ เมื่อผู้ดูแลได้รับคำแนะนำจากทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีความสามารถในการดูแลผู้ป่วยจิตเภท การได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชนจะช่วยลดปัญหาทางอารมณ์และจิตใจของผู้ดูแล เมื่อครอบครัวมีทัศนคติเชิงบวก ยอมรับผู้ป่วยจิตเภทมีการช่วยเหลือจากครอบครัวในการช่วยดูแลผู้ป่วยจิตเภท ผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะดูแลตนเองให้ดีขึ้นและลดพฤติกรรมเสี่ยง ผู้ดูแลรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าและพร้อมที่จะดูแลผู้ป่วยจิตเภท และการเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนและการฝึกอาชีพจะช่วยให้ผู้ป่วยจิตเภทเกิดการยอมรับมากขึ้น ทีมสหวิชาชีพสามารถช่วยลดความกังวลของชุมชนผ่านการลงพื้นที่เตรียมครอบครัวและชุมชนมาให้ความรู้ คำแนะนำ ทำให้ผู้ดูแลและผู้ป่วยจิตเภทไม่ถูกผลักออกจากชุมชน และข้อแนะนำให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องโรคทางจิตเภทให้กับประชาชนที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาล หรือส่งเสริมความรู้ให้กับบุคลาการภายในโรงพยาบาล ควรสนับสนุนให้มีการลงพื้นที่เข้าไปให้ความรู้แก่ชุมชนในเขตความรับผิดชอบของโรงพยาบาล เดือนละ 1 ครั้ง ร่วมกับทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ควรเผยแพร่ข้อมูลสวัสดิการด้านเงินสนับสนุนช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมให้ได้รับข้อมูลสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานเพื่อให้ผู้ดูแลผู้ป่วย ประชาชน สามารถเข้าถึงรับบริการได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-01-09



