การพัฒนากฎหมายไทยบนพื้นฐานของอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยเรื่องข้อตกลงเลือกศาล ค.ศ. 2005: กรณีศึกษาและพิจารณาเรื่องเขตอำนาจศาล
收藏DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.643
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระฉบับนี้มุ่งศึกษาเกี่ยวกับข้อตกลงเลือกศาลระหว่างคู่สัญญาในสัญญาที่มีลักษณะระหว่างประเทศโดยนำเอาบทบัญญัติอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยข้อตกลงเลือกศาล ค.ศ. 2005 ในส่วนที่ว่าด้วยเขตอำนาจศาล และการพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อตกลงเลือกศาลของศาลต่างประเทศมาศึกษาเพื่อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยให้เท่าทันสถานการณ์ในปัจจุบันและเกิดความแน่นอนในผลของข้อตกลงเลือกศาล โดยศึกษาตัวบทตามอนุสัญญากรุงเฮกฯ และการพิจารณาคดีของศาลต่างประเทศ เปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศไทย ได้แก่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พระราชบัญญัติการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548 รวมถึงคำพิพากษาศาลฎีกาประเทศไทย ผลจากการศึกษาพบว่า ข้อตกลงเลือกศาลเป็นข้อตกลงที่มาจากความเป็นอิสระในการตัดสินใจของคู่ความซึ่งต้องการเลือกสถานที่ในการระงับข้อพิพาท ข้อตกลงเลือกศาลจึงเกิดจากความยินยอมระหว่างคู่สัญญาเป็นหลัก ดังนั้น ในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อตกลงเลือกศาล ศาลต้องคำนึงถึงหลักความศักดิ์สิทธิ์ในการแสดงเจตนาระหว่างคู่สัญญา (Party Autonomy) ที่ต้องการเลือกสถานที่ในการระงับข้อพิพาท แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับปัจจุบันมิได้มีการวางหลักเกี่ยวกับข้อตกลงเลือกศาลแต่อย่างใด และมิได้มีการวางหลักยอมรับเขตอำนาจศาลจากความยินยอมของเอกชน รวมถึงมิได้มีการวางหลักให้เอกชนสามารถตกลงยกเว้นเขตอำนาจศาลได้ แนวทางการพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อตกลงเลือกศาลของศาลไทยจึงคลุมเครือและไม่แน่นอนว่าศาลจะพิจารณาไปในทิศทางใด แต่เมื่อพิจารณาหลักการที่ข้อตกลงเลือกศาลตามอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยข้อตกลงเลือกศาล ค.ศ. 2005 เห็นว่ามีความชัดเจนและแน่นอน คือ ข้อตกลงเลือกศาลที่มาจากความตกลงร่วมกันของคู่สัญญาย่อมมีความสมบูรณ์และศาลต้องพิจารณาเขตอำนาจของตนตามข้อตกลงเท่านั้น ศาลที่ถูกเลือกตามข้อตกลงย่อมมีเขตอำนาจในการพิจารณา ส่วนศาลที่ไม่ถูกเลือกตามข้อตกลงย่อมต้องระงับการพิจารณาหรือจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ผู้เขียนขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขกฎหมายประเทศไทย ดังนี้ แนวทางที่หนึ่ง ในกรณีที่ประเทศไทยไม่เข้าเป็นภาคีในอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยข้อตกลงเลือกศาล ค.ศ.2005 กรณีนี้ ประเทศไทยจำต้องมีการวางหลักกฎหมายเกี่ยวกับข้อตกลงเลือกศาลในกฎหมายไทยให้ชัดเจนโดยยอมรับข้อตกลงเลือกศาลที่มาจากความยินยอมระหว่างเอกชน รวมถึงวางหลักให้ศาลยอมรับหลักความศักดิ์สิทธิ์แห่งการแสดงเจตนาระหว่างคู่สัญญาผ่านข้อตกลงเลือกศาลในสัญญาซึ่งส่งผลให้ศาลมีหน้าที่ระงับการพิจารณาหรือจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเมื่อศาลของตนมิใช่ศาลที่ถูกเลือกตามข้อตกลงเลือกศาลแบบเด็ดขาด แนวทางที่สอง ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยข้อตกลงเลือกศาล ค.ศ.2005 กรณีนี้ ประเทศไทยย่อมมีพันธกรณีที่จะต้องนำหลักการของอนสัญญากรุงเฮกฯ มาบัญญัติในกฎหมายไทย กล่าวคือ เมื่อศาลไทยเป็นศาลที่ถูกเลือกตามข้อตกลงเลือกศาล ศาลไทยย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ในทางกลับกัน หากศาลไทยไม่ใช่ศาลที่ถูกเลือกตามข้อตกลงเลือกศาล ศาลไทยย่อมต้องระงับการพิจารณาหรือจำหน่ายคดี
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19



