กระบวนการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
收藏DataCite Commons2022-04-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1211
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “กระบวนการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และศึกษาความคิดเห็นต่อปัญหาอุปสรรคในกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ระเบียบวิธีการศึกษา เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ ประชากรที่ศึกษา ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ทั้งหมด 76 จังหวัด คือ 1) นักสังคมสงเคราะห์ 76 คน 2) หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 76 คน และ 3) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 คน รวมทั้งสิ้น 228 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การเปรียบเทียบรายคู่ และการใช้วิธี Scheffeผลการศึกษาข้อมูลทั่วไป กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 36-51 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาโท ตำแหน่งในหน่วยงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ มากกว่า 4 ปีขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานบริการครอบครัวอุปถัมภ์ ระหว่าง 2-4 ปี ผลการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างต่อกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พบว่า มีการปฏิบัติงานตามกระบวนจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ อยู่ในระดับมากที่สุด ในขั้นตอนที่ 4 การเยี่ยมบ้าน สอบสภาพความเป็นอยู่ อยู่ในระดับมากที่สุด ขั้นตอนที่ 3 การรับเรื่อง/ ตรวจสอบหลักฐาน/ สัมภาษณ์ข้อมูลเบื้องต้น อยู่ในระดับมากที่สุด และขั้นตอนที่ 5 การอนุมัติให้เป็นผู้อุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลทั่วไป และกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พบว่า ตำแหนงในหน่วยงาน ประสบการณ์ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ และประสบการณ์ปฏิบัติงานบริการครอบครัวอุปถัมภ์แตกต่างกัน สัมพันธ์กับความคิดเห็นกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 และผลการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างต่อปัญหาอุปสรรคในกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พบว่า มีปัญหาอุปสรรคในกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ อยู่ในระดับปานกลาง ในด้านบุคคล อยู่ในระดับมาก ด้านเงินทุน อยู่ในระดับมาก และด้านการจัดการ อยู่ในระดับปานกลาง ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างข้อมูลทั่วไป และปัญหาอุปสรรคในกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด พบว่า อายุ ตำแหน่งในหน่วยงาน ประสบการณ์ปฏิบัติงานด้านสังคมสงเคราะห์ และประสบการณ์ปฏิบัติงานบริการครอบครัวอุปถัมภ์ แตกต่างกัน สัมพันธ์กับความคิดเห็นปัญหาอุปสรรคในกระบวนการดำเนินงานจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05ข้อเสนอแนะจากการศึกษา (1) เสนอให้ปรับนโยบายเกี่ยวกับอัตราและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยค่าเลี้ยงดูเด็กที่อยู่ในการดูแลแบบครอบครัวอุปถัมถ์ตามความจำเป็นและเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ (2) หน่วยงานส่วนกลางควรคำนึงการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับกลุ่มเป้าหมาย (3) มีการจัดโครงการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานประเภทต่างๆ รวมถึงออกแบบคู่มือการจัดบริการครอบครัวอุปถัมภ์ให้สอดคล้องกับบริบทหน่วยงานส่วนภูมิภาค (4) มุ่งเน้นการลดจำนวนเด็กและเยาวชนในสถานรองรับของรัฐด้วยการเพิ่มสัดส่วนกลุ่มเป้าหมายผ่านการใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และ (5) หน่วยงานภูมิภาคควรพิจารณาทบทวนอัตรากำลังให้ปฏิบัติงานได้เหมาะสม รวมถึง (6) ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานร่วมกับเครือข่ายภายในพื้นที่
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-20



