ปัญหาในการเข้าถึงมอร์ฟีนของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
收藏DataCite Commons2022-11-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.5
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้ได้ศึกษาถึงปัญหาในการเข้าถึงมอร์ฟีนของผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยมอร์ฟีน (Morphine) ถือได้ว่าเป็นยาระงับอาการปวดในกลุ่มโอปิออยด์ที่มีฤทธิ์แรง (Strong opioid) หรือกลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น (Opium) ซึ่งนิยมใช้ระงับอาการปวดในระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรงในผู้ป่วยระยะท้ายของชีวิต (Terminal illness) ที่ต้องใช้การดูแลรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) หมายความถึง การดูแลรักษาให้ผู้ป่วยมีความสุขมากที่สุดในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต อันได้แก่ การให้ยาระงับอาการปวดเพื่อให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นปราศจากความเจ็บปวด เข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตอย่างสงบ และสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หากพิจารณาตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 พบว่ามอร์ฟีนได้ถูกจัดให้อยู่ในยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ซึ่งต้องถูกควบคุมการสั่งจ่ายยาอย่างเคร่งครัด แม้ว่าประมวลกฎหมายยาเสพติด จะเปิดช่องให้ผู้ป่วยสามารถครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ได้ไม่เกินปริมาณที่จำเป็นสำหรับใช้รักษาโรคเฉพาะตัวตามคำสั่งของของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก็ตาม แต่ในกรณีของผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มีความจำเป็นต้องใช้มอร์ฟีนเป็นปริมาณมากและอย่างต่อเนื่องในการระงับอาการปวด การที่กฎหมายวางมาตรการในการควบคุมการสั่งจ่ายยามอร์ฟีนไว้อย่างเคร่งครัดและสถานพยาบาลสามารถออกมาตรการจำกัดปริมาณการสั่งจ่ายมอร์ฟีนในสถานพยาบาลของตนได้ (Soft Law) โดยมิได้ประสานประโยชน์ระหว่างประโยชน์ของผู้ป่วยตามหลักสิทธิของผู้ป่วยในการใช้มอร์ฟีนเพื่อระงับอาการปวดในผู้ป่วยระยะสุดท้าย กับประโยชน์ของรัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด จึงก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมาคือ ปัญหาการเข้าถึงมอร์ฟีนของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งมีสาเหตุของปัญหามาจากการจำกัดปริมาณการสั่งจ่ายมอร์ฟีน, การสำรองมอร์ฟีนของสถานพยาบาล, การสั่งจ่ายมอร์ฟีนชนิดฉีดให้แก่ผู้ป่วยนำออกจากสถานพยาบาลไปใช้ที่บ้าน และการยืมมอร์ฟีนระหว่างสถานพยาบาล โดยผู้วิจัยขอเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงมอร์ฟีนของผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยเสนอให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายยาเสพติด หรือระเบียบข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุขและสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมมอร์ฟีน โดยมีข้อเสนอดังต่อไปนี้1. การจำกัดปริมาณการสั่งจ่ายยามอร์ฟีน ภาครัฐควรนำมาตรการจำกัดปริมาณมอร์ฟีนแบบเป็นจำนวนวันและยกเว้นในผู้ป่วยระยะสุดท้าย มาใช้แทนมาตรการจำกัดปริมาณมอร์ฟีนของสถานพยาบาล โดยบัญญัติให้การสั่งจ่ายมอร์ฟีนให้แก่ผู้ป่วยในครั้งแรก ในกรณีของผู้ป่วยที่มีอาการปวดแบบเฉียบพลัน ให้จ่ายมอร์ฟีนได้ในปริมาณที่ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ไม่เกินสามสิบวัน ยกเว้นในกรณีของผู้ป่วยระยะสุดท้าย, ผู้ป่วยที่มีอาการปวดแบบเรื้อรัง, ผู้ป่วยโรคมะเร็ง และในกรณีอื่นๆ ตามที่แพทย์เห็นสมควรโดยระบุเหตุผลไว้ในเวชระเบียน และจัดให้มีกลไกการรับคืนยามอร์ฟีนในกรณีของผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่มียามอร์ฟีนเหลือใช้ โดยสร้างความร่วมมือกันระหว่างญาติหรือผู้ดูแลผู้ป่วยกับสถานพยาบาลในการติดตามยามอร์ฟีนเหลือใช้2. การสำรองมอร์ฟีนของสถานพยาบาล ภาครัฐควรจัดทำบัญชียามอร์ฟีนของสถานพยาบาลตามบริบทของสถานพยาบาล โดยสถานพยาบาลควรมีการสำรองมอร์ฟีนไว้ในสถานพยาบาลอย่างน้อยเป็นมอร์ฟีนรูปแบบยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที, มอร์ฟีนรูปแบบยาเม็ดที่มีการปลดปล่อยตัวยาอย่างช้า และมอร์ฟีนรูปแบบยาฉีด และให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายสามารถรับมอร์ฟีนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้3. การสั่งจ่ายมอร์ฟีนชนิดฉีดให้แก่ผู้ป่วยนำออกจากสถานพยาบาลไปใช้ที่บ้าน ในกรณีของผู้ป่วยระยะสุดท้าย หรือกรณีอื่นที่แพทย์เห็นสมควร แพทย์อาจสั่งจ่ายมอร์ฟีนชนิดฉีดให้แก่ผู้ป่วย เพื่อนำออกจากสถานพยาบาลไปใช้บรรเทาอาการปวดของตนนอกสถานพยาบาลได้ และให้ญาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ป่วยให้เป็นผู้รับมอร์ฟีนชนิดฉีดแทนผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ภาครัฐควรจัดให้มีการอบรมการใช้มอร์ฟีนชนิดฉีด (Syringe driver) โดยให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนผู้ป่วยและญาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 4. การยืมมอร์ฟีนระหว่างสถานพยาบาล ภาครัฐควรมีการแก้ไขปัญหาการยืมมอร์ฟีนระหว่างสถานพยาบาลโดยการจัดตั้งคลังยามอร์ฟีนประจำจังหวัด เพื่อให้สถานพยาบาลลูกข่ายหรือสถานพยาบาลชุมชนสามารถเบิกมอร์ฟีนจากคลังยามอร์ฟีนประจำจังหวัดได้หากเกิดสถานการณ์ขาดแคลนยามอร์ฟีน, มอร์ฟีนที่สำรองไว้ในสถานพยาบาลชุมชนมีไม่เพียงพอ หรือมอร์ฟีนรูปแบบที่ผู้ป่วยต้องการใช้เป็นรูปแบบที่สถานพยาบาลชุมชนไม่ได้มีการสำรองไว้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-11-03



