five

การทำงานแบบเครือข่ายด้านการจัดการภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินด้านอุทกภัย: กรณีศึกษาพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษ จังหวัดปัตตานี

收藏
DataCite Commons2023-10-04 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1055
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาการทำงานแบบเครือข่ายด้านการจัดการภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉิน กรณีศึกษาพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษ จังหวัดปัตตานี ในบทความนี้ จะมุ่งอธิบายผลการศึกษาประกอบไปด้วย 1. สถานการณ์การทำงานของเครือข่ายด้านการจัดการภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินของพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษเศษ 2. เงื่อนไขการบริหารจัดการพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ และ 3. แนวทางการออกข้อเสนอแนะด้านการอภิบาลในรูปแบบเครือข่ายด้านการจัดการภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉิน โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประกอบด้วย การเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Research) และการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) เพื่อนำไปอธิบายการทำงานที่สะท้อนถึงการบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่พิเศษ จังหวัดปัตตานี รวมไปถึงการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการจัดการภัยพิบัติ เพื่อประมวลผลและนำไปวิเคราะห์ผลข้อมูลผ่านแนวคิดการอภิบาลในรูปแบบเครือข่าย (Governing by Network)จากผลการศึกษาพบว่าจังหวัดปัตตานีมีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง สำหรับสถานการณ์อันไม่ปกติและมีระดับความร้ายแรงกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ แต่การจัดการภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินของเขตพื้นที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษก็ยังคงปฏิบัติตามแนวทางของแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2558 แต่ด้วยพื้นที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ทำให้ฝ่ายทหารเข้ามามีอำนวยในการช่วยเหลือจัดการปัญหาด้านภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งในเรื่องของการระดมกำลังพล ตลอดจนทรัพยากรต่าง ๆ แต่หากมองในเชิงการอภิบาลจะพบว่าการทำงานระหว่างฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารอาจเกิดความทับซ้อนการทำงานของกันและกัน และอาจส่งผลต่อการแทรกแซงในการดำเนินงานบางอย่างร่วมกันได้เงื่อนไขที่สนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านเครือข่าย คือ การมีแผนและขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน การมีกลไกการดำเนินงานในระดับพื้นที่ การมีแผนที่สอดรับกันระหว่างหน่วยงาน และระบบบัญชาการแบบบนลงล่าง นอกจากนี้ ยังพบว่าเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานด้านเครือข่าย คือ การมีสายบังคับบัญชาและการสั่งการ (Chain of Command) การมีบุคลากรจากส่วนกลางซึ่งไม่มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ชัดเจน การจัดโครงสร้างองค์กรปฏิบัติภายใต้ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ การติดต่อสื่อสารและการประสานงานร่วมกันของเครือข่าย ปัญหาการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร การขาดแคลนทรัพยากรที่ใช้ในการปฏิบัติงานทั้งกําลังคน วัสดุอุปกรณ์ และงบประมาณ ตลอดจนทักษะและสมรรถนะของหน่วยงานบูรณาการเครือข่ายการทำงานแบบเครือข่ายในพื้นที่ ประกอบไปด้วยตัวแสดงที่สำคัญ 3 ตัวแสดง ได้แก่ เครือข่ายแบบทางการ เครือข่ายแบบอาสาสมัคร และเครือข่ายประชาชน นำมาสู่แนวทางการออกข้อเสนอในการจัดการด้านเครือข่ายผ่านแนวคิดการอภิบาลในรูปแบบเครือข่ายที่สำคัญ 4 ประการ คือ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวแสดงในแนวราบ การปรึกษาหารือหรือเจรจาต่อรองร่วมกัน การกับดูแลตนเองและการตัดสินใจร่วมกัน และการปรับแก้กฎหมาย ระเบียบ และแผนปฏิบัติงาน เพื่อเป็นแนวทางที่จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการดำเนินงานด้านเครือข่าย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-04
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务