ปัจจัยที่มีผลต่อผลการดําเนินงานและการเปรียบเทียบผลการดําเนินงานกองทุนรวมหุ้นเทคโนโลยีในประเทศไทย
收藏DataCite Commons2022-10-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.695
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) ของกองทุนรวมหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และวิเคราะห์และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานและความเสี่ยงของกองทุนรวมหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การศึกษานี้ใช้วิธีการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regressions) ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Square: OLS) และการวิเคราะห์ด้วยมาตรวัด Sharpe โดยข้อมูลกองทุนรวมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในประเทศไทยที่นำมาศึกษามีระยะเวลา 3 ปี ในช่วงปี พ.ศ. 2561 – 2564 จำนวนทั้งสิ้น 684 ตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์สหรัฐอเมริกา (DJIA) และ การเปลี่ยนแปลงอัตราเงินเฟ้อสหรัฐอเมริกา (INF) มีผลกระทบในทิศทางบวก ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (BSI) มีผลกระทบในทิศทางลบต่อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นอกจากนี้จากการศึกษาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ในช่วงระยะเวลาการศึกษาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561 ถึง วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 พบว่า กองทุนรวมที่มีผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดในหน่วยความเสี่ยงที่เท่ากัน 5 อันดับ ได้แก่ B-INNOTECH , ONE-UGG-RA , TISTECH-A , PRINCIPAL GOPP-A และ ASP-DISRUPT ตามลำดับ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-10-03



