การเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุสู่การตายอย่างสงบ: กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา
收藏DataCite Commons2024-03-28 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1558
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุสู่การตายอย่างสงบ: กรณีศึกษาชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการ ให้ความหมายการตายอย่างสงบและการเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุสู่การตายอย่างสงบของผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากกลุ่มผู้สูงอายุจำนวน 13 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ด้วยการตีความข้อมูล โดยผ่านแนวคิดปรากฎการณ์วิทยาผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุเกือบทั้งหมดเป็นผู้ดูแลที่เป็นเพศหญิง จำนวน 12 ราย และผู้ดูแลชายเพียง 1 ราย ผู้ดูแลแต่ละคนมีบทบาทในการดูแลที่แตกต่างกัน เช่น บทบาทของสามี/ภรรยาบทบาทระหว่างบุตรที่ต้องดูแลบิดา/มารดาและบทบาทระหว่างบุตรและภรรยาที่ต้องดูแลบิดา/ มารดา และคู่สมรส เมื่อผู้สูงอายุรับบทบาทในการดูแลจะต้องปรับตัว เพื่อให้สอดคล้องกับการดูแลโดยส่วนใหญ่สามารถปรับตัวและยอมรับการเจ็บป่วยของบุคคลอันเป็นที่รักได้ ในบางราย ปฏิเสธความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เช่น ปฏิเสธ/ ต่อรองที่จะพูดคุยเรื่องการเจ็บป่วยหรือความตาย และมีมุมมองว่าความตายเป็นเรื่องของเวรกรรม ซึ่งปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกลวิธีในการเผชิญปัญหาในการยอมรับการเจ็บป่วยและการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งนี้ประสบการณ์ ดังกล่าวส่งผลให้ผู้สูงอายุให้ความหมายการตายทั้งในแง่บวก คือ มีมุมมองว่าความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ความตายคือการระลึกถึงสิ่งที่ได้กระทำก่อนที่จะตาย และความตายคือการหลุดพ้นความทรมาน และในแง่ลบ คือ ความตายคือการสูญเสีย/ พลัดพรากจากสิ่งที่รัก ดังนั้นความหมายของการตายจะผกผันตามอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามการรับรู้ของผู้สูงอายุเองอันเนื่องมาจาก 2 ลักษณะ คือ 1) ลักษณะส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา การนับถือศาสนาบทบาทภายในครอบครัว บริบทความสัมพันธ์ในครอบครัว ประสบการณ์จากการดูแลและการเผชิญการสูญเสีย และการวางเป้าหมายในชีวิตของผู้สูงอายุ และ 2) ลักษณะภายนอก เช่น สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยและสถานะทางเศรษฐกิจที่ทำให้บุคคลเกิดกระบวนการตีความผ่านการรับรู้ ประสบการณ์ทางตรงและทางอ้อมออกมาเป็นการให้ความหมาย การตายที่ใกล้เคียงกับสภาวะที่ตนเองเคยประสบพบเจอและการให้ความหมายของบุคคลจะผกผันไปตามการเปลี่ยนแปลงของลักษณะภายในและภายนอกที่กล่าวถึงในข้างต้นและยังส่งผลไปถึงการแสดงอารมณ์และพฤติกรรมในลักษณะต่างๆ ดังนั้นการให้ความหมายการตายอย่างสงบของผู้สูงอายุ จึงมีการให้ความหมายที่ผกผันตามกาล หรือช่วงเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อมของผู้สูงอายุสู่การตายอย่างสงบ พบว่า ผู้สูงอายุนำประสบการณ์ตรงในการดูแลบุคคลอันเป็นที่รักและประสบการณ์ทางอ้อมจากภูมิหลังชีวิตมาเป็นมุมมองในการเตรียมความพร้อมรับมือกับความตายให้แก่ตนเองโดยการวางแผนในการเตรียมตัวก่อนตายให้แก่ตนเองมีทั้งแจ้งเจตนาให้แก่สมาชิกในครอบครัวและบุคคลอื่นทราบ และไม่ได้แจ้งเจตนาให้แก่บุคคลใดทราบหากมีการวางแผนไว้ ทั้งนี้การเตรียมความพร้อมสู่การตายอย่างสงบผู้สูงอายุยึดความต้องการ หรือความปรารถนาครั้งสุดท้ายก่อนตายของตนเองเป็นที่ตั้งหากพ่วงด้วยความห่วงใยให้แก่บุคคลอันเป็นที่รักที่ยังมีชีวิตอยู่ทำให้การเตรียมความพร้อมก่อนตายของผู้สูงอายุแสดงถึงความเมตตาทั้งต่อตนเองและบุคคลอันเป็นที่รัก สำหรับประเด็นความปรารถนาครั้งสุดท้ายก่อนที่จะจากลาพบว่า ความปรารถนาของผู้สูงอายุจะได้รับการตอบสนองได้นั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและจากสังคมเป็นสำคัญ โดยระดับสัมพันธภาพภายในครอบครัวที่ดีจะเป็นแรงสนับสนุน และเปิดโอกาส ให้แก่ผู้สูงอายุกล้าแสดงความคิดเห็น เปิดเผยอารมณ์ ความรู้สึกและความต้องการของตนเอง ในพื้นที่ “ส่วนตัว” คือ บ้าน และ “พื้นที่สาธารณะ” เช่น ชมรมผู้สูงอายุเมื่อผู้สูงอายุมีพื้นที่สนทนาในประเด็นการเตรียมความพร้อมสู่การตายได้อย่างเปิดเผยจะสร้างความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และการสร้างความผาสุกทางจิตใจให้แก่ตนเองก่อนที่จะจากลา
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-03-28



