five

เทคนิคการใส่ปุ๋ยเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: กรณีศึกษาในสวนยางพารา

收藏
DataCite Commons2023-08-16 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.509
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณผลผลิตน้ำยางพาราจากแนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาสวนยางพาราและผลผลิตที่ได้รับของเกษตรกรในตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ด้วยวิธีการสำรวจด้วยแบบสอบถามจากตัวอย่างกลุ่มเกษตรกรจำนวน 50 ราย แล้วนำผลสำรวจมาวิเคราะห์หาตัวแปรที่มีผลต่อปริมาณผลผลิตน้ำยางพารา และการศึกษาเปรียบเทียบวิธีการใส่ปุ๋ยเคมีแบบหว่านและการฝังกลบที่ความลึก 15 เซนติเมตร โดยปริมาณปุ๋ยอ้างอิงตามตารางค่าแนะนำของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ซึ่งทำการทดลองในแปลงตัวอย่างขนาด 1 ไร่ จำนวน 3 แปลง บนพื้นที่ราบตีนเขา บนเขา และเชิงเขา ซึ่งผลจากการสำรวจแบบสอบถามพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณผลผลิตน้ำยางพาราของเกษตรกร ได้แก่ ขนาดของพื้นที่ ปริมาณการใส่ปุ๋ยเคมี ลักษณะการประกอบอาชีพ การรับรู้ข่าวสารข้อมูล อายุของต้นยางพารา และชนิดของปุ๋ย โดยมีค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (p-value< 0.1) และผลการทดสอบวิธีการใส่ปุ๋ยพบว่าการให้ปุ๋ยแบบฝังกลบให้ผลผลิตของน้ำยางสูงกว่าแบบหว่าน และไม่ใส่ปุ๋ย มีค่าเฉลี่ยระหว่าง 38 - 47, 45 - 77 และ 16 - 35 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ และพบว่าการให้ปุ๋ยแบบฝังกลบมีปริมาณธาตุอาหาร (ไนโตรเจนทั้งหมด และฟอสฟอรัสทั้งหมด) สะสมในดินน้อยกว่าการใส่ปุ๋ยแบบหว่าน โดยพบว่า ปริมาณผลผลิตน้ำยางแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่าง รูปแบบการให้ปุ๋ย และลักษณะภูมิประเทศ (p-value < 0.05) ส่วนปริมาณสารอาหารคงเหลือในดิน ส่วนใหญ่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งวิธีการให้ปุ๋ย ความลึกของดิน และสภาพภูมิประเทศ และพบว่าผลผลิตน้ำยางมีความสัมพันธ์ในเชิงเส้นตรงแบบผกผันอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง กับปริมาณคงเหลืออินทรียวัตถุในดิน (r = -0.286, p-value = 0.003) และมีความสัมพันธ์แบบตามกับค่าการนำไฟฟ้า (r = 0.415, p-value = 0.000)
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-08-16
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务