five

การนำนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีไปปฏิบัติของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

收藏
DataCite Commons2022-12-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1403
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การนำนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีไปปฏิบัติ ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว” มีความมุ่งหมายที่จะศึกษาวิเคราะห์การนำนโยบายของรัฐ เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ไปปฏิบัติ ภายใต้การดำเนินงานของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว โดยศึกษาถึงปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการนำนโยบายไปปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร และการศึกษาจากการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้บริหารหน่วยงานและบุคลากรของหน่วยปฏิบัติและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 8 ท่าน โดยอาศัยกรอบการศึกษาเป็นแนวทางและพรรณนาให้ได้ข้อสรุปเพื่อตอบคำถามของการศึกษาจากการศึกษาพบว่า การนำนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีไปปฏิบัติ ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ยังไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่าที่ควร โดยมีปัจจัยที่มีส่งผลให้การนำนโยบายไปปฏิบัติสู่ความล้มเหลว ดังนี้ 1) ปัจจัยทางด้านเนื้อหาสาระของนโยบาย กล่าวคือ นโยบายมีลักษณะมีความยุ่งยากและซับซ้อน มีผลประโยชน์เฉพาะเจาะจงต่อบุคคลเฉพาะกลุ่มไม่มุ่งเน้นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม นโยบายหวังผลในระยะยาว ใช้เวลานาน ไม่ทันต่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง นโยบายนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของคนให้ออกจากอาชีพค้าประเวณีโดยใช้การฝึกทักษะอาชีพ นอกจากนี้นโยบายขาดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติและขาดความจริงจังในการดำเนินการ 2) ปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมของนโยบาย ประกอบไปด้วย ปัจจัยภายในของหน่วยงานระดับปฏิบัติ ด้านบุคลากร และงบประมาณ ปัจจัยภายนอกต่อการปฏิบัติตามนโยบาย ด้านการสนับสนุนของหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง และสภาวะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองผู้วิจัยได้วิเคราะห์และมีข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงานของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ดังนี้ 1) จัดสรรงบประมาณโครงการพัฒนาและขับเคลื่อนระบบงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าประเวณีให้เพียงพอ เพื่อป้องกันแก้ไขการค้าประเวณี 2) พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจการนำนโยบายไปปฏิบัติ และเสริมแรงจูงใจทางบวกเป็นกระตุ้นให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3) ปรับปรุงมาตรการด้านการป้องกันหรือการคุ้มครองให้ตอบสนองต่อของสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป 4) จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับผู้ค้าประเวณี เพื่อวางแผนชีวิตและการเงิน แผนการเปลี่ยนอาชีพ แหล่งสนับสนุนทุน เตรียมพร้อมก่อนออกจากอาชีพ นอกจากนี้ผู้วิจัยยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ 1) ให้คณะกรรมการคุ้มครองและพัฒนาอาชีพที่จัดทำแผนปฏิบัติการโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และกำหนดนโยบายการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีเป็นวาระแห่งชาติ 2) ควรแก้ไขชื่อ “คณะกรรมการคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ” เป็น “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี” เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน สอดคล้องกับชื่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี 3) ยึดทรัพย์จากผู้แสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี มาจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการประกอบอาชีพของผู้ค้าประเวณี 4) การรับฟังความคิดเห็นในการปรับแก้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนในสังคม รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-12-08
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务