ความช่วยเหลือทางกฎหมาย: ศึกษากรณีการยกระดับคุณภาพทนายขอแรงในประเทศไทย
收藏DataCite Commons2023-09-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.661
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ศึกษาและวิเคราะห์ถึงการให้ความช่วยเหลือด้านทนายความแก่ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาในประเทศไทยเพื่อมุ่งหาแนวทางการแก้ไขปัญหาความมีประสิทธิภาพของการให้ความช่วยเหลือกฎหมายด้านทนายความแก่ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีอาญาโดยรัฐ เนื่องจากทนายความเป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญในการดำเนินคดีทางอาญา เพราะทนายความมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาและจำเลย ดังนั้น ผู้ต้องหาและจำเลยจำเป็นจะต้องมีทนายความในการเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิทธิหรือหลักประกันสิทธิ เพื่อให้ผู้ต้องหาและจำเลยมีสิทธิที่จะได้ต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าประเทศไทยจะมีบทบัญญัติที่บัญญัติรับรองสิทธิที่จะมีทนายความให้แก่ผู้ต้องหาและจำเลย แต่กลับปรากฏปัญหาว่าบทบัญญัติดังกล่าวเป็นการกำหนดภาระให้ภาครัฐต้องรับผิดชอบในส่วนของค่าจ้างทนายความสำหรับผู้ต้องหาและจำเลยในทุกระดับชั้น โดยไม่มีการคำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและความสามารถในการจ่ายค่าทนายความของผู้ต้องหาและจำเลย ดังเช่นในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1 และมาตรา 173 จนอาจนำไปสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำจากการตั้งทนายความให้ทุกคน ด้วยเหตุที่งบประมาณของรัฐที่นำมาจัดสรรในส่วนนี้มีอยู่อย่างจำกัด อาจส่งผลให้ค่าตอบแทนต่อคดีของทนายขอแรงที่รัฐเป็นฝ่ายจัดหาให้ผู้ต้องหาและจำเลยมีอัตราที่ต่ำมาก ซึ่งอาจเกิดเป็นปัญหาด้านประสิทธิภาพของทนายขอแรงนอกจากนี้ พระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 ได้กำหนดบทบัญญัติรับรองให้ผู้ต้องหาและจำเลยที่มีฐานะยากจนสามารถเลือกจ้างทนายความที่มีความสามารถและความเชี่ยวชาญตรงตามประเภทคดีของตนเองได้โดยภาครัฐผ่านทางกองทุนยุติธรรมจะรับผิดชอบในการจ่ายค่าตอบแทนทนายความดังกล่าวให้แทนตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย แต่ในทางปฏิบัติปรากฏว่าประชาชนอาจไม่ได้รับความช่วยเหลือในด้านดังกล่าวจากกองทุนเท่าที่ควร เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์อย่างเพียงพอและขั้นตอนการยื่นขอรับความช่วยเหลือมีความยุ่งยาก ใช้เวลานาน ดังนั้น การกำหนดให้รัฐต้องรับผิดชอบในการจ่ายค่าทนายความให้เฉพาะกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีฐานะยากจนเท่านั้น อันเป็นการลดปริมาณจำนวนคดีที่รัฐต้องจัดหาทนายความให้ลง เพื่อจัดสรรงบประมาณต่อคดีให้มากขึ้น ตลอดจนการกำหนดค่าตอบแทนทนายความขอแรงในอัตราที่สูงขึ้นและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ทนายความที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญจากสำนักงานทนายความเอกชนเข้ามารับทำคดีของผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีฐานะยากจน อาจสามารถช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว อีกทั้งการกำหนดให้ศาลเข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางระหว่างจำเลยและกองทุนยุติธรรมอาจสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านประสิทธิภาพของกองทุนยุติธรรมได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-20



