ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: กรณีศึกษาจังหวัดบึงกาฬ
收藏DataCite Commons2023-01-12 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1118
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระเรื่องปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : กรณีศึกษาจังหวัดบึงกาฬ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตจังหวัดบึงกาฬ และแนวทางการบริหารจัดการของสำนักงานสรรพากรพื้นที่บึงกาฬ เพื่อให้ผู้ประกอบการในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตจังหวัดบึงกาฬเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม การศึกษานี้เป็นการวิจัยผสมผสาน (Mixed Methods Research) กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) คือ ผู้ประกอบการในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจังหวัดบึงกาฬ เป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรจำนวน 389 คน สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าคะแนนเฉลี่ย (Mean) ค่าร้อยละ (Percentage) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Analysis) ผลการศึกษาพบว่าพบว่าทั้งปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยภาครัฐล้วนส่งผลต่อการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น แต่ปัจจัยด้านบุคคลส่งผลต่อการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าปัจจัยทางภาครัฐ โดยปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก คือ เจตนาของผู้ประกอบการที่มีความเห็นตรงกันว่าประชาชนในจังหวัดบึงกาฬมีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรเป็นจำนวนมาก มีเจตนาไม่เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากจะทำให้ผู้ประกอบการมีกำไรจากการประกอบกิจการลดลงนั้นเอง อีกทั้งเมื่อผู้ประกอบการพบว่ามีผู้ประกอบการรายอื่น ๆ หลีกเลี่ยงการเสียภาษีและไม่เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้โดยไม่ถูกเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรลงโทษ ผู้ประกอบการก็เลียนแบบการกระทำนั้นเช่นกันส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ได้ทำการสัมภาษณ์สรรพากรพื้นที่บึงกาฬ ส่วนกรรมวิธี ส่วนแนะนำและตรวจสอบ ส่วนกฎหมายและเร่งรัดภาษีอากร และสรรพากรอำเภอในเขตพื้นที่บึงกาฬ รวมทั้งสิ้นจำนวน 11 คน พบว่ามีความเห็นสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการวิจัยเชิงปริมาณ กล่าวคือการเสียภาษีและเข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้องนั้นขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้ประกอบการเองเป็นสำคัญ หากผู้ประกอบการมีเจตนาต้องการยื่นชำระภาษีและเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้องก็สามารถหาวิธีการต่าง ๆ ในการนำไปสู่การปฏิบัติหน้าที่ทางภาษีที่ถูกต้องได้ แต่ในทางกลับกันหากผู้ประกอบการมีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการเสียภาษีตั้งแต่ต้นเนื่องจากไม่ต้องการนำเงินมาจ่ายชำระภาษีก็จะหาวิธีการต่าง ๆ ในการหลีกเลี่ยงภาษีเช่นกันข้อเสนอแนะจากงานวิจัยในครั้งนี้ สำนักงานสรรพากรพื้นที่บึงกาฬสามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการการของสำนักงานสรรพากรพื้นที่บึงกาฬ เพื่อให้ผู้ประกอบการในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเขตจังหวัดบึงกาฬเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยผลการวิจัยสามารถนำไปเสนอเป็นนโยบายให้กรมสรรพากร มีการปรับปรุงในการดำเนินการออกตรวจผู้ประกอบการ รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญาในอัตราเต็มเหมือนกัน อีกทั้งต้องมีการประชาสัมพันธ์ออกข่าวเมื่อพบว่ามีผู้กระทำความผิดเพื่อจักได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งนี้ทั้งนั้นในส่วนของการประชาสัมพันธ์ด้านความรู้ทางกฎหมายภาษีอากรก็พึงกระทำผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเช่นกัน พร้อมทั้งกรมสรรพากรเองควรมีนโยบายที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดผู้ประกอบการให้มีความสมัครใจในการเสียภาษีซึ่งจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในระยะยาว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-01-12



