five

การพัฒนาองค์ประกอบและเกณฑ์การประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ของนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : การเปรียบเทียบวิธีค่าเฉลี่ยน้ำหนัก และวิธี เอ เอช พี

收藏
DataCite Commons2022-05-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2000.412
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาองค์ประกอบในการประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ของนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2) เพื่อกำหนดน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบการประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้วิธีการกำหนดน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบ 2 วิธี ได้แก่ วิธีค่าเฉลี่ยน้ำหนัก และวิธี เอ เอช พี (3) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบที่ได้ระหว่างวิธีค่าเฉลี่ยน้ำหนัก เทคนิค เอ เอช พี กับการวิเคราะห์องค์ประกอบ (4) เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของวิธีการกำหนดน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบโดยใช้วิธีวิเคราะห์องค์ประกอบเป็นเกณฑ์ (5) เพื่อกำหนดเกณฑ์การประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในแต่ละภาควิชา และ (6) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิในด้านความน่าเชื่อถือของน้ำหนักองค์ประกอบและความพึงพอใจในวิธีการกำหนดน้ำหนัก กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้ในการสำรวจองค์ประกอบ ได้แก่ อาจารย์ระดับบัณฑิตศึกษาของคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาัย จำนวน 159 คน และกลุ่มที่ใช้ในการกำหนดน้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบ ได้แก่ อาจารย์ระดับบัณฑิตศึกษาของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มกาวิทยาลัย จำนวน 67 คน ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ 1. ผลการสำรวจองค์ประกอบที่ใช้ในการประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ พบว่ามีองค์ประกอบทั้งหมด 6 องค์ประกอบ ได้แก่ การกำหนดปัญหาวิจัย/วัตถุประสงค์การวิจัย 2) การปริทัศน์เอกสาร 3) การกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย 4) วิธีดำเนินการวิจัย 5) การนำเสนอผลการวิจัย และ 6) ประโยชน์ของงานวิจัย 2. องค์ประกอบในการประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ที่มีน้ำหนักความสำคัญมากที่สุดจากวิธีวิเคราะห์องค์ประกอบวิธีค่าเฉลี่ยน้ำหนัก และวิธี เอ เอช พี คือ องค์ประกอบวิธีดำเนินการวิจัย (วิธีวิจัย/ประชากร เครื่องมือ/การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล/การแปลความหมาย และการสรุปผลการวิจัย) โดยมีน้ำหนักความสำคัญจากทั้ง 3 วิธีอยู่ระหว่างร้อยละ 41 ถึง 50 3. น้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบระหว่างทั้งสามวิธีองค์ประกอบที่มีน้ำหนักความสำคัญที่ใกล้เคียงกันอยู่เพียง 1 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบการปริทัศน์เอกสาร โดยมีน้ำหนักความสำคัญร้อยละ 10.70, 10.40 และ 11.63 ตามลำดับ ส่วนองค์ประกอบที่เหลือพบว่ามีน้ำหนักความสำคัญที่แตกต่างกัน 4. น้ำหนักความสำคัญที่ได้จากวิธี เอ เอช พี มีความใกล้เคียงกับน้ำหนักความสำคัญที่ได้จากวิธีการวิเคราะห์องค์ประกอบมากกว่าน้ำหนักความสำคัญที่ได้จากวิธีค่าเฉลี่ยน้ำหนัก 5. เกณฑ์ในการประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์ของแต่ละภาควิชามีความแตกต่างกัน ในภาพรวมของคณะเกณฑ์ทั้ง 3 ระดับ คือ เกณฑ์ระดับดีมาก (85 <= เกณฑ์ระดับดีมาก <= 100) เกณฑ์ระดับดี (70 <= เกณฑ์ระดับดี < 85) และเกณฑ์ระดับผ่าน (60 <= เกณฑ์ระดับผ่าน < 70) 6. ผู้ทรงคุณวุฒิมีความพีงพอใจในวิธีการกำหนดน้ำหนักความสำคัญทั้ง 2 วีธี เนื่องจากวิธีค่าเฉลี่ยน้ำหนักมีวิธีการที่ง่าย สะดวกต่อการใช้งานส่วนวิธี เอ เอช พี เป็นวิธีที่ช่วยให้คิดละเอียดรอบคอบขึ้น เหมาะสมกับการตัดสินใจที่ซับซ้อน
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务