ปัญหาการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
收藏DataCite Commons2025-09-22 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.875
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการสืบทรัพย์ไว้ใน ภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วน 3 ว่าด้วยการขอบังคับคดี โดยมาตรา 274 วางหลักให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีหน้าที่ต้องสืบทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วยตนเอง ขณะที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและลูกหนี้ตามคำพิพากษามิได้มีบทบาทในการค้นหาทรัพย์สิน อีกทั้งบทบัญญัติในกฎหมายยังมิได้ให้อำนาจโดยตรงแก่เจ้าหนี้ในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือประสานกับหน่วยงานหรือบุคคลภายนอกเพื่อขอรับข้อมูลของลูกหนี้ แม้ว่ามาตรา 277 จะเปิดช่องให้เจ้าหนี้ร้องขอให้ศาลไต่สวนในกรณีที่เชื่อได้ว่าลูกหนี้มีทรัพย์ที่ต้องถูกบังคับคดีมากกว่าที่ตนทราบ หรือมีทรัพย์ที่ต้องถูกบังคับคดีแต่ไม่ทราบว่าตั้งอยู่หรือเก็บรักษาไว้ที่ใด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้หรือไม่ อย่างไรก็ดียังไม่เพียงพอสำหรับกรณีที่เจ้าหนี้ไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้เลย ทำให้มาตราดังกล่าวมิใช่เครื่องมือโดยตรงที่จะช่วยให้สืบทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา และไม่อาจค้นหาทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพข้อจำกัดในบทบัญญัติดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหนี้จำเป็นต้องดำเนินการด้วยตนเองเพื่อสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินจากแหล่งต่างๆ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ล่าช้า และมีค่าใช้จ่ายที่สูง อีกทั้งการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเอกชนสามารถทำได้ยากกว่าเมื่อเทียบกับการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานรัฐ นอกจากนั้นเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้มีบทบาทในการช่วยสืบทรัพย์ จึงเห็นได้ว่าอุปสรรคด้านการเข้าถึงข้อมูล ความล่าช้าของกระบวนการ และค่าใช้จ่ายที่เจ้าหนี้ต้องแบกรับ ส่งผลให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อใช้ในการบังคับคดีได้ภายในกำหนดเวลา 10 ปี อีกทั้งยังมีกรณีทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่ปรากฏชื่อในทางทะเบียน ซึ่งหากนำมาบังคับคดีแล้วอาจเพียงพอต่อการชำระหนี้ เช่น เงินสด ทองคำ สิ่งของแบรนด์เนม ของเก่า ของสะสม เครื่องประดับ หรือของมีค่าต่างๆ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วไม่สามารถตรวจสอบกับหน่วยงานภายนอกได้ และมักอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ ทั้งลูกหนี้และบุคคลที่ใกล้ชิดย่อมทราบถึงความมีอยู่ดีกว่าเจ้าหนี้ เจ้าหนี้จึงขาดช่องทางในการเข้าถึงหรือขอข้อมูลทรัพย์สินดังกล่าว และอาจเสียโอกาสได้รับชำระหนี้จากทรัพย์เหล่านั้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการสืบทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่ปรากฏชื่อในทางทะเบียนตามมาแม้จะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4 (5) มีข้อยกเว้นในการเปิดเผยข้อมูลเพื่อเจ้าหน้าที่ในกระบวนการบังคับคดีในการดำเนินงาน ซึ่งต้องเป็นการเปิดเผยแก่เจ้าหน้าที่เท่านั้น จึงมิใช่กฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหนี้เข้าถึงข้อมูลทรัพย์สินลูกหนี้ได้ และพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 24 (8) มีข้อยกเว้นให้เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายในการขอข้อมูลดังกล่าว ซึ่งยังคงมีปัญหาการตีความ ‘บุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย’ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละหน่วยงานว่ารวมถึงเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เมื่อกฎหมายเหล่านี้มีข้อจำกัดหรือความไม่ชัดเจนแน่นอนมากพอ จึงทำให้ในการสืบทรัพย์นั้นเกิดปัญหาการเข้าถึงข้อมูลของลูกหนี้ตามคำพิพากษาจากปัญหาทั้งสามประการ ได้แก่ ปัญหาการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่พบ ปัญหาการสืบทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่ปรากฏชื่อในทางทะเบียน และปัญหาการเข้าถึงข้อมูลของลูกหนี้ การค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงเสนอแนวทางแก้ไขโดยอาศัยการศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายอื่นในไทยและกฎหมายต่างประเทศ เพื่อพัฒนากระบวนการสืบทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยแนวทางแก้ไขปัญหาที่เสนอมีดังต่อไปนี้ปัญหาการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่พบแนวทางแก้ไขคือ การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 โดยกำหนดให้ลูกหนี้มีหน้าที่ต้องแถลงรายการทรัพย์สินของตนอย่างชัดเจน พร้อมทั้งให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถขอข้อมูลจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกได้โดยตรง นอกจากนี้ควรกำหนดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีสิทธิเข้าถึงและใช้งานระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงกับข้อมูลทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้และเพิ่มเติมบทบัญญัติว่าด้วยบทลงโทษสำหรับกรณีที่ลูกหนี้ บุคคล หรือหน่วยงานภายนอกปฏิเสธไม่เปิดเผยข้อมูล หรือให้ข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง รวมถึงการปรับปรุงมาตรา 277 เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อทำการไต่สวนลูกหนี้ บุคคล หรือหน่วยงานภายนอกี่เกี่ยวข้องได้หากพบการปกปิดข้อมูล หรือการแถลงรายการทรัพย์สินที่ไม่ครบถ้วนปัญหาการสืบทรัพย์ประเภทสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่ปรากฏชื่อในทางทะเบียน แนวทางแก้ไขนั้นควรปรับบทบัญญัติมาตรา 274 ให้ลูกหนี้เป็นผู้มีภาระต้องแสดงรายการทรัพย์สินด้วยตนเอง แม้จะเป็นทรัพย์ที่ไม่ปรากฏชื่อในทางทะเบียนก็ตาม ขณะเดียวกันให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจเข้าถึงข้อมูลจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ทั้งนี้ควรมีการเพิ่มเติมโทษในกรณีที่ลูกหนี้ บุคคล หรือหน่วยงานภายนอกฝ่าฝืนไม่เปิดเผยข้อมูลหรือแถลงข้อมูลอันเป็นเท็จ และแก้ไขมาตรา 277 เพื่อเปิดช่องให้ให้ศาลทำการไต่สวนบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง หากไม่ให้ความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน หรือแถลงรายการทรัพย์สินไม่เพียงต่อการบังคับคดีปัญหาการเข้าถึงข้อมูลของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แนวทางแก้ไขปัญหา ได้แก่ ปรับปรุงมาตรา 274 เพื่อให้ลูกหนี้ต้องเปิดเผยรายการทรัพย์สินของตนต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยตรง พร้อมทั้งให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีในการประสานขอข้อมูลกับบุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ที่อาจมีข้อมูลทรัพย์สินในความครอบครองของลูกหนี้ รวมถึงการอนุญาตให้เข้าถึงและใช้งานระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ควรกำหนดบทลงโทษเพิ่มเติมกรณีที่ลูกหนี้ บุคคล หรือหน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือ มีการปกปิดหรือแถลงข้อมูลอันเป็นเท็จ และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 277 เพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีสามารถยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนในกรณีที่มีการปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล หรือแถลงข้อมูลไม่ครบถ้วนต่อการชำระหนี้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-22



