คุณสมบัติต้านจุลชีพของไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์ Piperaceae และพืชวงศ์ Zingiberaceae ต่อการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่มีอาหารเป็นพาหะ
收藏DataCite Commons2024-04-04 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2018.1698
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
น้ำมันหอมระเหยเป็นสารธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านการเจริญของแบคทีเรียก่อโรคที่มีอาหารเป็นพาหะ แต่การใช้น้ำมันหอมระเหยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากมีกลิ่นรุนแรงและระเหยได้ง่าย และการใช้น้ำมันหอมระเหยโดยตรงกับอาหารอาจส่งผลต่อลักษณะทางประสาทสัมผัส ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่มีอาหารเป็นพาหะของน้ำมันหอมระเหยที่กักเก็บด้วยวิธีอินคลูชันเชิงซ้อนโดยใช้เบต้าไซโคลเด็กซ์ทริน และวิธีโคอะเซอเวชันในเมทริกซ์ไคโตซาน-เพกติน เพื่อเป็นแนวทางนำไมโครแคปซูลไปประยุกต์ใช้เป็นวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์อาหาร จากการศึกษาฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์ PIPERACEAE ได้แก่ น้ำมันหอมระเหยพลู และพริกไทยดำ และพืชวงศ์ ZINGIBERACEAE ได้แก่ น้ำมันหอมระเหยกระชาย ไพล ขิง ข่า และขมิ้นชันต่อการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่มีอาหารเป็นพาหะ 13 สายพันธุ์ พบว่า น้ำมันหอมระเหยพลูมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียทดสอบได้ดีที่สุด โดยมีค่า MIC และ MBC อยู่ในช่วงร้อยละ 0.1-0.2 โดยมวลต่อปริมาตร และร้อยละ 0.1-0.4 โดยมวลต่อปริมาตร ตามลำดับ และพบว่าน้ำมันหอมระเหยกระชายและน้ำมันหอมระเหยไพลมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียทดสอบได้ดีที่สุด โดยน้ำมันหอมระเหยกระชายมีค่า MIC และ MBC อยู่ในช่วงร้อยละ 0.1-3.0 โดยมวลต่อปริมาตร และร้อยละ 0.1-10.0 โดยมวลต่อปริมาตร ตามลำดับ และน้ำมันหอมระเหยไพลมีค่า MIC และ MBC อยู่ในช่วงร้อยละ 0.1-5.0 โดยมวลต่อปริมาตร และร้อยละ 0.1-6.0 โดยมวลต่อปริมาตร ตามลำดับ เมื่อทดสอบฤทธิ์ต้านจุลชีพของน้ำมันหอมระเหยทั้ง 7 ชนิดต่อแบคทีเรียทดสอบ 13 สายพันธุ์ด้วยการวิเคราะห์ประสิทธิภาพต่อหน่วยเวลาในสภาวะไม่มีสารรบกวน ให้ผลยืนยันตรงกันว่าน้ำมันหอมระเหยพลู น้ำมันหอมระเหยกระชาย และน้ำมันหอมระเหยไพล สามารถทำลายแบคทีเรียทดสอบได้ดีที่สุด เมื่อศึกษาการกักเก็บด้วยเทคนิคอินคลูชันเชิงซ้อนในเบต้าไซโคลเด็กซ์ทริน และตรวจสอบคุณสมบัติทางเคมี และลักษณะทางสัณฐานวิทยาของไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยพบว่า ปริมาณน้ำมันหอมระเหยที่ใช้เริ่มต้นมีผลต่อประสิทธิภาพการกักเก็บ (%EE) และความสามารถในการกักเก็บ (%EC) เมื่อตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยาของไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (SEM) พบว่า ไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยมีรูปร่างเป็นผลึกอสัณฐาน พื้นผิวมีลักษณะขรุขระ เมื่อศึกษาการกักเก็บด้วยเทคนิคโคอะเซอเวชันในเมทริกซ์ไคโตซาน-เพกตินและตรวจสอบคุณสมบัติทางเคมี และลักษณะทางสัณฐานวิทยาของไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยพลู พริกไทยดำ กระชาย และไพล พบว่า ปริมาณน้ำมันหอมระเหยที่ใช้เริ่มต้นมีผลต่อประสิทธิภาพการกักเก็บ (%EE) และความสามารถในการกักเก็บ (%EC) ลักษณะทางสัณฐานวิทยาแสดงให้เห็นว่าไมโครแคปซูล น้ำมันหอมระเหยมีพื้นผิวขรุขระ เมื่อทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรียก่อโรคที่มีอาหารเป็นพาหะของไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยที่กักเก็บด้วยวิธีอินคลูชันเชิงซ้อนในเบต้าไซโคลเด็กซ์ทริน และกักเก็บด้วยวิธีโคอะเซอเวชันในเมทริกซ์ไคโตซาน-เพกตินพบว่า ไมโครแคปซูลน้ำมันหอมระเหยจากกระบวนการกักเก็บทั้ง 2 วิธี สามารถยับยั้งและทำลายแบคทีเรียได้ เมื่อศึกษาการปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหยจากไมโครแคปซูลน้ำมันพลูและน้ำมันกระชายในสภาะวะที่มีกรดและมีเกลือพบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่างและปริมาณเกลือมีผลต่อร้อยละการปลดปล่อย เมื่อทดสอบในแบบจำลองอาหารของไส้กรอกแฟร้งเฟอร์เตอร์ระหว่างการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่างกันพบว่า ฤทธิ์ต้านจุลชีพขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยและอุณหภูมิในการเก็บรักษา
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-04-04



