การออกแบบกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการร่างตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 ของสานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
收藏DataCite Commons2025-03-24 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.166
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อร่างตรากฎหมายที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่มุ่งเน้นให้การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง และผู้ได้รับผลกระทบ ตามหลักการวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment: RIA) หรือแนวคิดการตรากฎหมายที่ดีกว่า (Better Regulation) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกนำมาใช้ในการพัฒนากฎหมายให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาพการณ์ รวมทั้งยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาพการณ์ในกระบวนการนิติบัญญัติร่างกฎหมายที่มีรัฐสภาจะตราออกมาเพื่อบังคับใช้กับประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 77 กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก่อนที่รัฐสภาจะตราออกมาเป็นกฎหมายใช้บังคับกับประชาชน และต้องนำความเห็นของประชาชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายนั้นมาประกอบการพิจารณาในทุกขั้นตอน เมื่อพิจารณาช่องทางการเสนอร่างกฎหมายกล่าวโดยเฉพาะกรณีของร่างพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดไว้ 3 ช่องทาง คือ (1) คณะรัฐมนตรี (2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน และ (3) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 คน ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าการเสนอร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีว่าเป็นการเสนอร่างกฎหมายฝ่ายบริหาร และการเสนอร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าเป็นการเสนอร่างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งรวมถึงการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะที่เสนอโดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งการเสนอร่างกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติก็เช่นเดียวกันที่จะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นผู้ศึกษาได้ศึกษาในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฐานะหน่วยงานฝ่ายนิติบัญญัติ โดยได้วิเคราะห์กระบวนรับฟังความคิดเห็นในกรณีศึกษาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... โดยพบว่าทั้งสองร่างกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้การดำเนินการรับฟังความคิดเห็นที่สอดคล้องกับหลักทฤษฎีการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนิติบัญญัติ (Citizen Participation in the Legislative Process) ประกอบด้วยวิธีการพื้นฐานและวิธีการในรูปแบบอื่น มี 3 ระดับ ได้แก่ (1) การมีส่วนร่วมในระดับให้ข้อมูลข่าวสาร (Informing) (2) การมีส่วนร่วมในระดับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน (Information Provision) และ (3) การมีส่วนร่วมในระดับการปรึกษาหารือ (Consultation) ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและส่งประเด็นการรับฟังความคิดเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงทางไปรษณีย์ ซึ่งเป็นวิธีการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นที่สอดคล้องกับแนวคิดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแนวคิดการปรึกษาหารือสาธารณะและแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ กระบวนการรับฟังความความคิดเห็นและสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างตรากฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีกระบวนการรับฟังความคิดที่แตกต่างกันออกไป โดยจำแนกใช้ลักษณะของร่างกฎหมายในระดับ Issue Base (ผลกระทบผลกระทบในเชิงโครงสร้างทางสังคม) และ Area Base (ผลกระทบที่เป็นการเฉพาะเจาะจงในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยตรง) มาเป็นตัวกำหนดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นทั้งด้วยวิธีการขั้นพื้นฐานและวิธีการในรูปแบบอื่น เพื่อให้ได้ผลการรับฟังความคิดเห็นที่มีประสิทธิภาพและเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดทำเอกสารสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบการพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา และเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและสั่งบรรจุระเบียบวาระการประชุม ในการเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาถึงประสิทธิภาพในการนำความคิดเห็นของประชาชนไปใช้ประกอบการพิจารณาในที่ประชุม เพื่อเข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตามลำดับต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-03-24



