five

ปัญหาการปฏิเสธที่จะจำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่คู่ค้าตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560: ศึกษากรณี โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ

收藏
DataCite Commons2024-08-13 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1611
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
สารนิพนธ์ฉบับนี้ มุ่งศึกษาปัญหาในการบังคับใช้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ในการควบคุมพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดในการปฏิเสธที่จะจำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่คู่ค้า (Refusal to supply) โดยเฉพาะในกรณีการปฏิเสธที่จะจำหน่ายสินค้าหรือบริการหรือให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสามารถเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของของกฎหมายแข่งขันทางการค้าในการคุ้มครองสวัสดิการของผู้บริโภคและสังคม รวมถึงรักษาและพัฒนาประสิทธิภาพทั้งในเชิงภาพนิ่งและการแข่งขันในเชิงพลวัต อันเกิดจากการแข่งขันในตลาดและการแข่งขันเพื่อตลาด จากการศึกษา พบว่าการควบคุมพฤติกรรมการปฏิเสธที่จะจำหน่ายสินค้าหรือบริการให้คู่ค้าของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด แม้ว่าจะมีความจำเป็น อย่างไรก็ดี โดยหลักแล้วกฎหมายแข่งขันทางการค้ายังคงรองรับหลักเสรีภาพในการทำสัญญา และการใช้กฎหมายที่กว้างเกินไปและไม่เหมาะสมอาจก็ส่งผลเป็นการลดการแข่งขันเสียเอง กรณีจึงจำต้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อแทรกแซงตลาดเมื่อปรากฏสถานการณ์พิเศษซึ่งหากไม่มีการแทรกแซงโดยกำหนดหน้าที่ในการประกอบธุรกิจร่วมกัน ย่อมจะส่งผลเป็นการทำลายการแข่งขันทั้งหมดในตลาด ทั้งนี้การกำหนดหน้าที่ในการประกอบธุรกิจให้จำหน่ายสินค้าหรือบริการนั้น สามารถกำหนดได้ในสินค้าหรือบริการในทุกรูปแบบ ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาและสินค้าหรือบริการอื่น ๆ ที่จำเป็น โดยไม่จำกัดเฉพาะกรณีของทรัพย์สินซึ่งมีรูปร่าง เนื่องจากสาระสำคัญนั้นคือสภาพของสินค้าหรือบริการซึ่งมีความจำเป็นในการประกอบธุรกิจและแข่งขันในตลาด ในส่วนของการหลักเกณฑ์ซึ่งใช้ในการกำหนดสถานะผู้มีอำนาจเหนือตลาด พบว่ากฎหมายไทยปรากฏปัญหาข้อบกพร่องในเนื้อหาของกฎหมาย โดยในระดับของพระราชบัญญัติ ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณา ยังขาดปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา โดยเฉพาะการพิจารณาแรงกดดัน อันเกิดจากผู้บริโภคหรือลูกค้าของตน และในระดับประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าซึ่งกลับให้คุณค่าในการพิจารณาในเชิงรูปแบบมากว่าเนื้อหา โดยหลักเกณฑ์ซึ่งใช้ในการพิจารณากลับไม่ปรากฏเนื้อหาการนำปัจจัยของสภาพการแข่งขันมาใช้ประกอบการพิจารณาในส่วนของมาตรการเมื่อพบการกระทำความผิด กฎหมายแข่งขันทางการค้าได้กำหนดมาตรการไว้ทั้งหมด 3 กลุ่ม คือลงโทษปรับทางอาญาในฐานะมาตรการทั่วไปเพื่อยังมิให้กระทำความผิด การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเพื่อเยียวยาเอกชนผู้เสียหายจากการกระทำความผิด ซึ่งยังถือได้ว่าเป็นอีกมาตรการยับยั้งการกระทำความผิดในทางอ้อม และมาตรการสำคัญซึ่งขาดไม่ได้ คือการมีคำสั่งกำหนดมาตรการเยียวยาสภาพการแข่งขัน (Remedy) ซึ่งอยู่ในลักษณะของมาตรการเยียวยาเชิงโครงสร้าง (Structural remedy) หรือมาตรการเยียวยาในเชิงพฤติกรรม (Behavioral remedy) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อการฟื้นฟูสภาพการแข่งขันในตลาดและทำให้การละเมิดต่อกฎหมายยุติลงได้จริง หรือป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อสภาพการแข่งขันในตลาดซึ่งไม่สามารถเยียวยาได้ ในกรณีซึ่งเป็นคำสั่งในลักษณะของมาตรการชั่วคราว (Temporary injunction/ Interim measures) ทั้งนี้มาตรการเยียวยาสภาพการแข่งขันดังกล่าวนั้น ยังคงต้องคำนึงถึงหลักความได้สัดส่วนเป็นสำคัญนอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่าทั้งในระบบกฎหมายของสหภาพยุโรปและระบบกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งต้องสงสัยว่าได้กระทำความผิดซึ่งอาจเป็นความผิดตามกฎหมายแข่งขันทางการค้าสามารถที่จะเสนอมาตรการเยียวยาสภาพการแข่งขันด้วยต้นเอง ซึ่งเรียกว่า “คำมั่นว่าจะเยียวยา การสภาพแข่งขัน (Commitments)” และผู้บังคับใช้กฎหมายสามารถกำหนดคำมั่นว่าจะเยียวยา การสภาพแข่งขันผูกพันผู้ซึ่งต้องสงสัยว่าได้กระทำความผิด ซึ่งถือเป็นทางเลือกซึ่งมีประโยชน์ต่อการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพอย่างมาก เนื่องจากเอกชนจะสามารถเสนอมาตรการที่ตนเองสะดวกที่จะดำเนินการ รวมถึงรัฐนั้นจะสามารถประหยัดทรัพยากรที่ต้องใช้ในการรวบรวมข้อเท็จจริงและพิจารณาลงโทษผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ยังเป็นการคุ้มครองระบบการแข่งขันจากการดำเนินกระบวนพิจารณาที่รวดเร็ว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-13
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务