สมบัติการเป็นพรีไบโอติกของโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้จากถั่วชิคพีเพื่อประยุกต์ใช้เป็นอาหารเสริมในมนุษย์
收藏DataCite Commons2023-12-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.11
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ถั่วชิคพีเป็นแหล่งของโอลิโกแซกคาไรด์ที่มีสมบัติเป็นสารพรีไบโอติก ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารฟังก์ชันที่กำลังได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการสกัดโอลิโกแซกคาไรด์จากถั่วชิคพีกาบูลิและเดซิโดยวิธีสกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอลและวิธีสกัดด้วยน้ำร้อน และนำสารสกัดที่ได้วิเคราะห์หาปริมาณน้ำตาลทั้งหมดด้วยวิธีทางเคมีโดยวิธีฟีนอล-กรดซัลฟิวริก วิเคราะห์น้ำตาลรีดิวซ์ด้วยวิธีกรดไดไนโตรซาลิไซลิก วิเคราะห์องค์ประกอบของน้ำตาลที่สกัดได้ด้วยเทคนิค TLC และเทคนิค HPAEC-PAD จากนั้นนำสารที่สกัดได้มาประเมินสมบัติการเป็นสารพรีไบโอติก ผลการวิจัยพบว่าปริมาณโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้จากถั่วชิคพีกาบูลิ และเดซิเมื่อสกัดด้วยตัวทำละลายเอทานอลที่อัตราส่วนถั่วต่อเอทานอล 1:5 (กรัมน้ำหนักแห้ง:มิลลิลิตร) ความเข้มข้นเอทานอล 50 เปอร์เซ็นต์และระยะเวลาที่ใช้ในการสกัด 60 นาที ให้ปริมาณโอลิโกแซกคาไรด์สูงสุดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เท่ากับ 6.89±0.52 และ 5.60±0.11 มิลลิกรัมตามลำดับ โดยคิดเป็นผลได้ของสารสกัดจากถั่วชิคพีกาบูลิ และเดซิเท่ากับ 9.24 และ 9.32 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งตามลำดับ ในขณะที่ปริมาณโอลิโกแซกคาไรด์จากวิธีการสกัดด้วยน้ำร้อนที่อัตราส่วนถั่วต่อน้ำกลั่นที่ 1:5 (กรัมน้ำหนักแห้ง:มิลลิลิตร) อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสและระยะเวลาในการสกัด 15 นาที จากถั่วชิคพีกาบูลิและเดซิ ให้ปริมาณโอลิโกแซกคาไรด์สูงสุดเท่ากับ 0.31±0.00 และ 0.25±0.01 มิลลิกรัมตามลำดับ โดยคิดเป็นผลได้ของสารสกัดจากถั่วชิคพีกาบูลิ และเดซิเท่ากับ 8.75 และ 8.58 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ชนิดของน้ำตาลที่เป็นองค์ประกอบในโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้ด้วยเทคนิค TLC และเทคนิค HPAEC-PAD พบว่าตัวอย่างของโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้ทั้ง 4 ตัวอย่างมีน้ำตาลสตาชิโอสเป็นองค์ประกอบ ซึ่งจัดเป็นโอลิโกแซกคาไรด์ในกลุ่มราฟฟิโนสโอลิโกแซกคาไรด์ สำหรับการศึกษาสมบัติการเป็นพรีไบโอติก ผลการศึกษาพบว่าโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียผลิตกรดแลคติก Lactobacillus plantarum TISTR 1465, L. casei TISTR 1463 และ L. acidophilus TISTR 1338 ได้ โดย L. casei TISTR 1463 แสดงกิจกรรมการเพิ่มขึ้นของการเจริญของแบคทีเรียผลิตกรดแลคติกได้สูงสุดเท่ากับ 87.04±0.35 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเพาะเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีการเติม โอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดจากถั่วชิคพีเดซิด้วยตัวทำละลายเอทานอล ซึ่งสามารถส่งเสริมการเจริญได้ดีกว่าเมื่อเพาะเลี้ยงในอาหารชุดควบคุมและให้ค่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) อีกทั้งโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้ยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bacillus cereus ATCC 1178 ที่เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีการเติมโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดจากถั่วชิคพีกาบูลิด้วยน้ำร้อนมีเปอร์เซ็นต์การยับยั้งสูงสุดเท่ากับ 37.59±1.42 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ โอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้ทั้ง 4 ตัวอย่าง ช่วยส่งเสริมความสามารถในการต้านทานการย่อยของแบคทีเรียผลิตกรดแลคติกภายใต้สภาวะจำลองระบบทางเดินอาหารส่วนบนได้ โดยเฉพาะในสภาวะแอลฟา-อะไมเลส เมื่อครบกำหนดเวลา 15 นาที L. plantarum TISTR 1465 ที่เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่เติมโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดจากถั่วชิคพีเดซิด้วยตัวทำละลายเอทานอล มีอัตราการรอดชีวิตสูงสุดเท่ากับ 259.36±4.50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อครบกำหนดเวลา 3 ชั่วโมง ที่สภาวะกรดไฮโดรคลอริก อัตราการรอดชีวิตของ L. acidophilus TISTR 1338 ที่เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่เติมโอลิโกแซก คาไรด์ที่สกัดจากถั่วชิคพีเดซิด้วยน้ำร้อนสูงสุดเท่ากับ 225.68±5.28 เปอร์เซ็นต์ และที่สภาวะสารสกัดเกลือน้ำดีที่เวลา 30 นาที L. plantarum TISTR 1465 ที่เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่เติมโอลิโกแซก คาไรด์ที่สกัดจากถั่วชิคพีกาบูลิด้วยตัวทำละลายเอทานอลมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ นอกจากนั้นแบคทีเรียผลิตกรดแลคติกทั้ง 3 สายพันธุ์ เมื่อได้รับการเสริมจากโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง L. casei TISTR 1463 เมื่อเจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดจากถั่วชิคพีเดซิด้วยน้ำร้อนมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะสูงสุดเท่ากับ 69.25±4.60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะสูงกว่าอาหารชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และสามารถส่งเสริมการยึดเกาะได้เทียบเท่ากับพรีไบโอติกทางการค้าที่นำมาทดสอบ ดังนั้นจากผลการวิจัยสรุปได้ว่าโอลิโกแซกคาไรด์ที่สกัดได้จากถั่วชิคพีมีคุณสมบัติเป็นสารพรีไบโอติก จึงมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพสำหรับมนุษย์ได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-12-21



