การศึกษาการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลในการปฏิบัติงานต่อการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลของข้าราชการพลเรือน: กรณีศึกษากรมชลประทาน
收藏资源简介:
การค้นคว้าอิสระนี้ เป็นการศึกษาการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลในการปฏิบัติงานต่อการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลของข้าราชการพลเรือนกรณีศึกษา : กรมชลประทาน โดยมีวัตถุประสงค์การในศึกษาคือ เพื่อศึกษาการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลในการปฏิบัติงานของข้าราชการกรมชลประทานในยุค Digital Transformation เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการทำงานและพฤติกรรมคุณลักษณะส่วนบุคคลของข้าราชการจากการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัล และเพื่อหาข้อเสนอแนะและเสนอแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลของข้าราชการกรมชลประทานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานของข้าราชการในยุค Digital Transformationการศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Quality Research Methodology) และเชิงปริมาณ (Quantitative Research Methodology) มีกลุ่มประชากรเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของกรมชลประทานเฉพาะสายงานผู้ปฏิบัติ โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4,680 คน โดยใช้เทคนิคของ Taro Yamane เป็นวิธีหากลุ่มตัวอย่างซึ่งได้จำนวน 369 คน ใช้เครื่องมือวิจัย 2 ประเภท คือ แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม โดยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์รูปแบบกึ่งมีโครงสร้าง เป็นคำถามเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการศึกษา มีคำถาม 3 ประเด็น เกี่ยวกับความเห็นต่อการรับรู้กระแสการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นดิจิทัลกับการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนกรมชลประทาน อีกทั้งความท้าทายในการทำงานร่วมกับระบบและเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงนโยบายหรือแนวทางในพัฒนาองค์ความรู้ทักษะและสมรรถนะด้านดิจิทัล ความเห็นต่อการรับรู้องค์ความรู้และทักษะดิจิทัล ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตามองค์ประกอบประสิทธิภาพการทำงานของ Peterson and Plowman ทั้ง 4 ด้านคือ คุณภาพของงาน ปริมาณงาน ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ความเห็นต่อการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลส่งผลต่อพฤติกรรมคุณลักษณะส่วนบุคคล หรือพฤติกรรมในการทำงานของข้าราชการกรมชลประทาน ส่วนวิธีการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยใช้การประเมินค่าแบบลิเคิร์ท 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและ การวิเคราะห์สถิติสหสัมพันธ์ เพื่อดูทิศทางความสัมพันธ์ผลการศึกษาพบว่า ระดับการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลที่ข้าราชการใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้ง Digital Mindset, Digital Literacy และInnovation โดยรวมอยู่ในระดับมาก และสอดคล้องกับผลวิจัยเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์ข้าราชการตำแหน่งสายงานผู้บริหารและจากการวิเคราะห์ระดับและความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การใช้ทักษะด้านดิจิทัลกับประสิทธิภาพในการทำงาน พบว่า ระดับการรับรู้การใช้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลกับประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวม อยู่ในระดับมาก โดย Innovation มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัล กับ ประสิทธิภาพในการทำงาน โดยรวม มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ การรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้าน Digital Literacy มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการทำงานโดยรวมสูงที่สุด อีกทั้งการรับรู้การใช้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลทั้ง 3 ด้าน มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการทำงานด้านปริมาณงานมากที่สุด ส่วนการวิเคราะห์ระดับและความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลต่อพฤติกรรมคุณลักษณะส่วนบุคคล พบว่า ระดับการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลต่อพฤติกรรมคุณลักษณะส่วนบุคคล อยู่ในระดับมาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ว่าองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลกับพฤติกรรมคุณลักษณะส่วนบุคคล มีความสัมพันธ์กันในระดับระดับปานกลาง จึงทำให้ทราบว่าข้าราชการกรมชลประทานมีการรับรู้องค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแต่พฤติกรรมที่แสดงออกมาปรากฎได้ไม่เด่นชัด ขึ้นอยู่กับตัวข้าราชการว่าจะเลือกใช้หรือไม่เลือกใช้องค์ความรู้นั้น ๆ



