การใช้ชีวิตประจำวันและความต้องการการได้รับการดูแลของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านโดยลำพังในเขตชุมชนเมือง: กรณีศึกษา: ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา กรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2025-11-06 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1134
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การใช้ชีวิตประจำวัน และความต้องการการได้รับการดูแลของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านโดยลำพังในเขตชุมชนเมือง กรณีศึกษา: ศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา กรุงเทพมหานคร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านโดยลำพังในเขตชุมชนเมือง สภาพปัญหาในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านโดยลำพังในเขตชุมชนเมือง และความต้องการการได้รับการดูแลของผู้สูงอายุที่อยู่บ้านโดยลำพังในเขตชุมชนเมือง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามแนวทางการศึกษาเชิงปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenology) ผู้มีส่วนร่วมในการวิจัย คือ ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านโดยลำพังในเขตพื้นที่ให้บริการของศูนย์บริการสาธารณสุข 23 สี่พระยา กรุงเทพมหานคร จำนวน 15 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แนวคำถามแบบกึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน (Inductive Analysis) นำเสนอผลการศึกษาเชิงพรรณนาผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีลักษณะการอยู่อาศัย 3 รูปแบบ คือ 1) อยู่คนเดียว ไม่มีบุตรหลานอาศัยอยู่ด้วย จำนวน 9 ราย 2) อยู่คนเดียวแบบถาวร ไม่มีผู้ดูแล จำนวน 3 ราย และ 3) กลุ่มที่อยู่ลำพังมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จำนวน 3 ราย โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ยังสามารถดูแลสุขอนามัยตนเองได้ดี ทั้งด้านร่างกาย อารมย์และจิตใจ การกินอาหาร การใช้ยา โดยปรับตัวตามข้อจำกัดส่วนบุคคล ส่วนพฤติกรรมการออกกำลังกาย การนอน และการบริโภคมีความหลากหลายตามสุขภาพและวิถีชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน การมีส่วนร่วมในกิจกรรม และการใช้เทคโนโลยีล้วนช่วยลดความเหงาและส่งเสริมสุขภาพกายใจ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวดูแลตนเองของผู้สูงอายุในชุมชนเมืองภายใต้บริบทชีวิตของแต่ละบุคคล แม้จะต้องเผชิญกับสภาพปัญหาส่วนบุคคล โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเป็นข้อจำกัดส่งผลกระทบต่อความคล่องตัวและความมั่นใจในการทำกิจกรรมใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับการอยู่คนเดียว ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามวัยและสถานการณ์ชีวิต ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความเหงาในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ยังพบว่าประเด็นหลักที่ก่อให้เกิดความวิตกกังวลในผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์การได้รับการดูแลจากลูกหลานและครอบครัว สภาพร่างกายที่เปราะบาง การมีทรัพย์สินเป็นของตนเอง อย่างไรก็ดี ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีการปรับตัวเพื่อลดทอนความรู้สึกว่าตนเป็นภาระด้วยการทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของลูกหลานในแต่ละช่วงวัย และปล่อยวาง สำหรับความท้าทายที่สำคัญ คือ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่คุ้นเคยกับการใช้สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ สมาร์ทโฟน สื่อออนไลน์ แอปพลิเคชันด้านการเงิน การทำธุรกรรมออนไลน์ ส่วนประเด็นด้านความต้องการการได้รับการดูแลนั้น ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีแนวโน้ม "พึ่งพาตนเอง" มากกว่าพึ่งผู้อื่น แต่ยังมีความต้องการการได้รับการสนับสนุนดูแล ทั้งจากครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญข้อจำกัดด้านสุขภาพ และอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้สภาพร่างกายมีความแข็งแรงที่ถดถอยลง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-06



