ปัญหาการทำและการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ในรัฐวิสาหกิจ
收藏DataCite Commons2026-02-13 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.185
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 กำหนดให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งมีคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ และตามมาตรา 23 (5) ได้กำหนดให้คณะกรรมการดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ในการปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาปรับปรุงสภาพการจ้าง และในทางปฏิบัติพบว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 3036-3038/2550 และที่ 2629/2565 ว่า คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์มีอำนาจหน้าที่ปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาปรับปรุงสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 23 (5) หากคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ปรับปรุงสภาพการจ้างใดโดยกระทำด้วยการปรึกษาหารือกันโดยชอบ การปรับปรุงสภาพการจ้างย่อมมีผลใช้บังคับแก่ลูกจ้างทุกคนในรัฐวิสาหกิจ แม้ข้อตกลงหรือข้อยุติไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง จึงทำให้เกิดปัญหาว่า คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ควรมีอำนาจในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 23 (5) มีวัตถุประสงค์ในการให้อำนาจแก่คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่การค้นคว้าอิสระฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงความเป็นมา แนวความคิดพื้นฐาน และแนวทางการใช้การตีความของการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ เปรียบเทียบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ตลอดจนเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามกฎหมายในลักษณะเดียวกันของต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อค้นหาข้อสรุปว่าคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ควรมีอำนาจในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 23 (5) มีวัตถุประสงค์ในการให้อำนาจแก่คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ รวมถึงเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติในพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543การค้นคว้าอิสระฉบับนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับที่มา แนวคิด และความแตกต่างของการร่วมเจรจาต่อรองและการปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้าง ตลอดจนศึกษากฎหมายไทย กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจากการศึกษาในเรื่องต่าง ๆ ข้างต้น ทำให้ได้ข้อสรุปว่า คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ไม่ควรมีอำนาจในการทำหรือแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เนื่องจากการร่วมเจรจาต่อรองและการปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้างมีหลักการพื้นฐานที่แตกต่างกันและไม่อาจนำมาใช้แทนกันได้ ประกอบกับกลไกของคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการทำหรือแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและไม่อาจนำมาใช้เป็นเครื่องมือในเรื่องดังกล่าวได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศก็ได้มีการแบ่งแยกแนวความคิดทั้งสองออกจากกัน และพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 23 (5) มิได้มีวัตถุประสงค์ในการให้อำนาจแก่คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ในการทำหรือการแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เนื่องจากการร่วมเจรจาต่อรองและการปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้างเป็นคนละแนวความคิดกันด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเสนอแนวทางการใช้การตีความกฎหมายในปัจจุบันโดยควรตีความว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นเพียงการปรึกษาหารือเพื่อเสนอความเห็นในการพิจารณาปรับปรุงสภาพการจ้างเท่านั้นและให้ส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องการร่วมเจรจาต่อรองและแนวความคิดเรื่องการปรึกษาหารือระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้างเพื่อให้เกิดเข้าใจที่ถูกต้อง และแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 23 (5) โดยให้ใช้ข้อความที่ทำให้เกิดความชัดเจนว่าคณะกรรมการดังกล่าวไม่มีอำนาจในการทำหรือแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตลอดจนแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ในส่วนที่เกี่ยวกับการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเพื่อให้การทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สอดคล้องและเท่าเทียมกับสถานประกอบกิจการของเอกชน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-13



