รัฐสวัสดิการกับค่าครองรัก: กรณีศึกษาประเทศฟินแลนด์และประเทศไทย
收藏DataCite Commons2024-10-07 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1016
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์นี้มุ่งศึกษาลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปของความสัมพันธ์ความรักในบริบทของระบบทุนนิยมเสรีนิยมใหม่และบทบาทของรัฐสวัสดิการในการสนับสนุนทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสัมพันธ์เหล่านี้ภายใต้กรอบแนวคิด “ค่าครองรัก” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ศึกษาเสนอขึ้นเพื่อวิเคราะห์ต้นทุนในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ความรัก โดยเปรียบเทียบกรณีศึกษาของประเทศไทยและฟินแลนด์ในบริบทของสังคมทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ในศตวรรษที่ 21 การศึกษานี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสาร โดยทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของลักษณะความสัมพันธ์ความรัก แนวคิดเสรีนิยมใหม่ และนโยบายรัฐสวัสดิการโดยมีขอบเขตของการศึกษาเป็นนโยบายเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวและนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาที่มีผลบังคับใช้อยู่ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2566)ผลการศึกษาพบว่า ความสัมพันธ์ความรักมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคมในแต่ละยุคสมัย จากการถูกจัดการโดยครอบครัวและชุมชนในอดีต มาสู่การเน้นความเป็นปัจเจกบุคคลและเสรีภาพในการเลือกคู่ครองในปัจจุบัน ในยุคเสรีนิยมใหม่ ความสัมพันธ์ความรักมีลักษณะเป็นสินค้าและความสัมพันธ์เชิงตลาดมากขึ้น โดยปัจเจกถูกผลักดันให้เป็น “ผู้ประกอบการ” แม้กระทั่งในเรื่องความรัก การตัดสินใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์จึงมักถูกพิจารณาผ่านมุมมองของการลงทุนผู้ศึกษาได้เสนอแนวคิด “ค่าครองรัก” เพื่อวิเคราะห์ความสามารถของนโยบายรัฐสวัสดิการในการสนับสนุนทรัพยากรเพื่อนำไปลงทุนในความสัมพันธ์ความรักที่ปัจเจกปรารถนา โดยพิจารณาต้นทุนในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ผ่านปัจจัยการผลิต 4 ด้าน ได้แก่ เวลา แรงงาน ทุน และการเป็นผู้ประกอบการ แนวคิดนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของทรัพยากรที่บุคคลต้องจัดสรรเพื่อผลิตหรือรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์ความรักในยุคเสรีนิยมใหม่นโยบายรัฐสวัสดิการมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความสามารถในการจ่าย “ค่าครองรัก” และเพิ่มทางเลือกในการสร้างความสัมพันธ์ของปัจเจก โดยนโยบายเหล่านี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและแบ่งเบาภาระการเลี้ยงดูบุตรของครอบครัว ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในครอบครัว และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ความรักที่พึงประสงค์การเปรียบเทียบระหว่างไทยและฟินแลนด์พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในแง่ของความครอบคลุมและประสิทธิภาพของนโยบายในการสนับสนุนค่าครองรัก ฟินแลนด์มีระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงในทุกมิติของค่าครองรัก ทั้งด้านเวลา แรงงาน เงิน และการส่งเสริมทักษะของผู้ประกอบการ ในขณะที่ไทยแม้จะมีความพยายามในการจัดสวัสดิการ แต่ยังมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งในแง่ของความครอบคลุม จำนวนเงินสนับสนุนที่ยังไม่เพียงพอ และคุณภาพของบริการที่ยังไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ งานศึกษายังได้เสนอมุมมองในการปรับปรุงนโยบายรัฐสวัสดิการของไทยให้สามารถสนับสนุนความสัมพันธ์ความรักได้ดียิ่งขึ้น โดยเรียนรู้จากประสบการณ์ของฟินแลนด์ แต่ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมไทยด้วยท้ายที่สุด การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมและหลักประกันพื้นฐานที่มั่นคงผ่านระบบสวัสดิการที่เข้มแข็ง ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนความสามารถในการลงทุนในมิติอื่น ๆ ของชีวิตรวมไปถึงความสัมพันธ์ความรักของประชาชนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนภายใต้ระบบทุนนิยมเสรีนิยมใหม่ในศตวรรษที่ 21
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-10-07



