องค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์จากต้นหญ้ายางของหมอพื้นบ้านอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องและองค์ประกอบทางเคมี
收藏DataCite Commons2023-11-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1413
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ความรู้การใช้ประโยชน์จากต้นหญ้ายางของหมอพื้นบ้าน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้อง และองค์ประกอบทางเคมี ในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลหมอพื้นบ้านที่มีการใช้ประโยชน์จากต้นหญ้ายางและมีประสบการณ์ในการรักษาเป็นที่ยอมรับในชุมชน และทำการวิเคราะห์เนื้อหา พบว่า หมอพื้นบ้านที่มีองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์จากต้นหญ้ายางจำนวน 6 คน เป็นเพศชาย 4 คน เพศหญิง 2 คน มีอายุระหว่าง 60 - 89 ปี มีประสบการณ์ในการรักษามากกว่า 30 ปี ส่วนใหญ่เป็นหมอยาสมุนไพร ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาเกี่ยวกับอาการไข้ ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่เป็นหมอพื้นบ้านและมีความสนใจอยากเรียนรู้ ช่วยเหลือคนอื่น รูปแบบการรักษาหมอพื้นบ้านส่วนใหญ่ใช้วิธีการฝนยา รองลงมาเป็นการนวดจับเส้น การเป่าพ่น และต้มยาสมุนไพร ผลการศึกษาการใช้ประโยชน์จากต้นหญ้ายาง พบว่า หมอพื้นบ้านส่วนใหญ่รู้จักต้นหญ้ายางจากบรรพบุรุษ มีการใช้ประโยชน์ดังนี้ 1) แก้อาการท้องผูก ถ่ายไม่ออก ใช้ช่วยในการขับถ่าย 2) แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ 3) ใช้ในการประกอบอาหาร และ 4) ใช้เป็นยาสมุนไพรใส่ในตำรับ นิยมใช้ส่วนที่เหนือดิน (ลำต้น, ใบ, ดอก ผล, และส่วนที่เป็นยอดอ่อน) นำมาล้างน้ำทำความสะอาดก่อนนำมาใช้ด้วยวีธีการนำไปปิ้งย่าง นำไปต้ม หรือนำมาฝนใส่เกลือเล็กน้อย หรือรับประทานต้นสดๆ ควรระมัดระวังจำกัดปริมาณการใช้ต้นหญ้ายางในเด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร การศึกษาในระยะที่สอง ได้เก็บตัวอย่างสมุนไพรจากอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ประเทศไทย โดยทำการสกัดด้วยตัวทำละลายที่แตกต่างกันชิ้นส่วนของต้นหญ้ายางแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนเหนือดิน (ลำต้น ใบ ดอก ผล) และส่วนใต้ดิน (ราก) โดยนำสารสกัดที่ได้ทำการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟินอลรวมและฟลาโวนอยด์ทั้งหมด และศึกษาหาองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดต้นหญ้ายาง พบว่าสารสกัดชั้นเฮกเซน ให้ร้อยละผลผลิตที่มากที่สุด ทั้งส่วนเหนือดิน และส่วนใต้ดิน ร้อยละ 11.43 และ ร้อยละ 34.43 ตามลำดับ ในการควบคุมคุณภาพ ร้อยละของปริมาณความชื้นในผงหญ้ายางทั้งสองส่วนทั้งเหนือดินและใต้ดิน มีค่า 7.02 ± 0.33 และ 8.96 ± 0.30 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์หาปริมาณเถ้า พบว่าร้อยละของปริมาณเถ้าในผงหญ้ายางทั้งสองส่วนมีค่า 7.15 ± 0.87 และ 5.16 ± 1.36 ตามลำดับ และผลการวิเคราะห์เถ้าที่ไม่ละลายในกรด พบว่าร้อยละของปริมาณเถ้าเถ้าที่ไม่ละลายในกรดในผงหญ้ายางทั้งสองส่วนมีค่า 0.15 ± 0.25 และ 0.01 ± 0.00 ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์หาปริมาณสิ่งสกัด ในชั้นเอทานอลและชั้นน้ำ พบว่า ร้อยละของปริมาณสิ่งสกัดในชั้นเอทานอลทั้งสองส่วนมีค่า 8.33 ± 0.13 และ 4.61 ± 0.1 ตามลำดับ และร้อยละของปริมาณสิ่งสกัดในชั้นน้ำทั้งสองส่วนมีค่า 21.38 ± 1.05 และ 9.46 ± 0.77 ตามลำดับ การตรวจสอบมาตรฐานการควบคุมคุณภาพของต้นหญ้ายางเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ต้นหญ้ายางมีคุณภาพและเหมาะสําหรับนําในใช้ในการทดสอบต่อไป ในการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH สารสกัดชั้นน้ำของรากต้นหญ้ายางสูงที่สุดที่ค่าความเข้มข้น 100 µg/ml มี % Inhibition คือ 49.11 ± 0.89 และมีค่า EC50 มากกว่า 100 เมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน BHT ที่มีค่า % Inhibition คือ 88.29 ± 1.70 และมีค่า EC50 15.49 ± 1.27 µg/mL การศึกษาการวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมดของสารสกัดต้นหญ้ายาง พบว่า สารสกัดในชิ้นส่วนเหนือดินพบว่าสารสกัด AHE และ AE มีปริมาณฟีนอลสูงสุด 285 mg GAE/g และ 176 mg GAE/g ตามลำดับ และสารสกัดในชั้นใต้ดิน พบว่าสารสกัด RE และ RH มีปริมาณฟีนอลสูงสุดที่ 179 mg GAE/g และ 101 มก. GAE/g ตามลำดับ การศึกษาการวิเคราะห์หาปริมาณปลาโวนอยด์ทั้งหมดของสารสกัดหญ้ายาง พบว่า มีปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด สารสกัด AH และ AHE มีปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดสูงสุดที่ 548 mg CA/g และ 189 mg CA/g ตามลำดับ และสารสกัดในชั้นใต้ดิน พบว่าสารสกัด RH และ RE มีปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดสูงสุดที่ 594 mg CA/g และ 153 mg CA/g ตามลำดับการศึกษาตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยของสารสกัดต้นหญ้ายาง ด้วยวิธี Thin-Layer chromatography (TLC) และ (Gas Chromatography-Mass Spectrometry; GC-MS) ผลการทดสอบ TLC ของสารสกัดจากต้นหญ้ายางทั้ง 8 ชนิด เนื่องจากไม่มีสารเปรียบเทียบจึงพบเห็นแค่ลักษณะของสารที่ปรากฎอยู่บนแผ่น TLC จากการสังเกตลักษณะสีพบว่า ในสารสกัดหญ้ายางซึ่งมีลักษณะสีชมพู จึงคาดว่าแถบสารนี้เป็นสารในกลุ่ม ไทรเธอปีนส์ (Triterpenes) ส่วนการทดสอบองค์ประกอบทางเคมีด้วยวิธีเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโทรเมทรี (Gas Chromatography-Mass Spectrometry; GC-MS) พบว่า สารสกัดหญ้ายาง AE พบจำนวน 52 ชนิด พบสารประกอบเคมีในปริมาณมากที่สุด คือ 1-Butanol, 2-methyl-, acetate คิดเป็น 18.91 เปอร์เซ็น (RT = 33.19) สารสกัดหญ้ายาง AH พบจำนวน 24 ชนิด พบสารประกอบเคมีในปริมาณมากที่สุด คือ 9,12,15-Octadecatrienoic acid, (Z,Z,Z)- คิดเป็น 18.94 เปอร์เซ็น (RT = 49.1621) สารสกัดหญ้ายาง AHE พบจำนวน 49 ชนิด พบสารประกอบเคมีในปริมาณมากที่สุด คือ 9,12,15-Octadecatrienoic acid, (Z,Z,Z)- คิดเป็น 7.66 เปอร์เซ็น (RT = 49.1544) สารสกัดหญ้ายาง AHE พบจำนวน 24 ชนิด พบสารประกอบเคมีในปริมาณมากที่สุด คือ n-Hexadecanoic acid คิดเป็น 33.11 เปอร์เซ็น (RT = 42.6034) สารสกัดหญ้ายาง RH พบจำนวน 48 ชนิด พบสารประกอบเคมีในปริมาณมากที่สุด คือ Dihydroxyacetone คิดเป็น 6.79 เปอร์เซ็น (RT = 27.5603) สารสกัดหญ้ายาง RH พบจำนวน 62 ชนิด พบสารประกอบเคมีในปริมาณมากที่สุด คือ Acetic acid คิดเป็น 9.94 เปอร์เซ็น (RT = 13.8133) สรุปได้ว่าสารสกัดหญ้ายางที่สกัดด้วยตัวทำละลายต่างชนิด โดยการแยกสารประกอบทางเคมีด้วยวิธี GC-MS จะพบองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน โดยได้พบสาร Acetic acid และ n-Hexadecanoic acid ทั้ง 6 ชนิด กล่าวได้ว่าการสกัดแยกสารสำคัญจากพืชสมุนไพรและการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดที่ได้จากพืชสมุนไพร มีความสำคัญและจำเป็นยิ่งต่อการค้นหาชนิดของสารสำคัญ ที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันและรักษาโรค ซึ่งอาจจะทำให้ได้ผลการป้องกันและรักษาที่มีประสิทธิผลมากขึ้น อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการควบคุมคุณภาพในการพัฒนาต้นหญ้ายางเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ทั้งในเชิงการผลิต และการศึกษาทางคลินิกต่อไป ดังนั้นการศึกษาองค์ความรู้ของหมอพื้นบ้าน ภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์จากต้นหญ้ายางในการรักษาโรคต่าง การค้นหาสารสำคัญ และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้องจะสร้างประโยชน์ในการพัฒนายาต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-06



