five

การตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ ของพนักงานเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร

收藏
DataCite Commons2025-06-25 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14458/UTCC.the.2022.24
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1) เพื่อให้ทราบถึงปัจจัยส่วนบุคคลที่ตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ 2) เพื่อต้องการทราบ พฤติกรรมการลงทุนที่ตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3) เพื่อศึกษาปัจจัยต่างๆ ของนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ทำการวิจัยได้เก็บแบบสอบถามทั้งหมด 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ ทดสอบหาความแตกต่างค่าที (t-test) สถิติทดสอบหาค่าความแตกต่างค่าเอฟ (F-test) หรือการทดสอบทางเดียว (One-way ANOVA) เมื่อพบความแตกต่างจะทำการทดสอบด้วยการเปรียบเทียบรายคู่ ด้วยวิธี LSD และทดสอบสถิติหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรด้วยวิธี วิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย และช่วงอายุที่เข้ามาลงทุนนั้น เป็นช่วงอายุ 21-39 ปี มีสถานภาพสมรส มีระดับการศึกษาปริญญาตรี และมีรายได้ 20001-40000 บาท ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการลงทุนผู้ตอบสอบถามพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีประสบการณ์การลงทุน 4-5 ปี ยังมีการถือครองหลักทรัพย์อยู่ ผู้ตอบแบบสอบถามมีความประสงค์ที่จะยุติการถือครอง มากที่สุด มีประเภทการลงทุนในตราสารการเงินคือ เงินฝาก / กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น มากที่สุด มีสัดส่วนการถือครอง มากที่สุด คือ 11 – 30 % มีรูปแบบการลงทุน คือ เน้นกำไรจากสินทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้น มากที่สุด และมีความถี่ในการลงทุนในหุ้นสามัญ คือ ซื้อ หรือ ขายทุกเดือน มากที่สุด ผลวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ ของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า มีความคิดเห็นจะตัดสินใจลงทุนมากที่สุดในหุ้นสามัญ มากที่สุด ผลการวิเคราะห์ระดับความเห็นข้อมูลการตัดสินใจลงทุนในหุ้นสามัญ ของพนักงานเอกชน เขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ด้านผลตอบแทน กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็น ในเรื่อง ผลตอบแทนคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระยะเวลาลงทุนมากที่สุด ผลประกอบการของราคาหุ้น เห็นด้วยมากที่สุด ด้านความเสี่ยงจาการลงทุน กลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นน้อยที่สุด และให้ความสำคัญในเรื่อง ความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ส่งผลกระทบต่อการลงทุน รองลงมาคือ ความเสี่ยงเกิดจากอัตราเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อการลงทุน ด้านความรู้ความเข้าใจยังให้ความสำคัญอยู่ในระดับน้อยที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับแรก เรื่องความรู้ในการลงทุนหุ้นและกองทุนตราสารหนี้ รองลงมาคือ ความเข้าใจว่าการลงทุนเป็นเรื่องของความสมัครใจในการลงทุน ด้านเศรษฐกิจและการเมือง กลุ่มตัวอย่างให้ความความสำคัญในเรื่อง นโยบายเศรษกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนมาก รองลงมา คือ การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยมีผลกระทบต่อการต่อการตัดสินใจลงทุน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
提供机构:
University of the Thai Chamber of Commerce
创建时间:
2025-06-25
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务