ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดค่าเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้
收藏DataCite Commons2024-07-24 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1601
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การกำหนดค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งไม่น้อยไปกว่าการกำหนดแนวทางในการจัดการดูแล การอนุรักษ์และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติว่าเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น ทำอย่างไรให้ผู้ก่อความเสียหายจะชดเชยความเสียหายได้ครอบคลุมกับสิ่งที่ตนทำทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายต่อผืนป่าและทรัพยากรป่าไม้ที่มีความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เนื่องจากประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้ทั้งการนำมาใช้แปรรูปเป็นผลผลิตและการทำหน้าที่ต่อระบบนิเวศ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรป่าไม้เกิดจากสาเหตุหลายประการ อาทิ การบุกรุก การตัดทำลาย การแผ้วถางป่า ไฟป่าเพื่อการนำทรัพยากรป่าไม้มาใช้ประโยชน์ หรือการเข้าครอบครองพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายทางตรงจากการนำทรัพยากรป่าไม้ไปใช้ประโยชน์ในรูปผลิตต่าง ๆ และความเสียหายทางอ้อมจากการสูญเสียบริการของป่าไม้ ซึ่งการนำความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อมมาคำนวณเพื่อกำหนดค่าเสียหายเรียกต่อผู้ก่อความเสียหายเป็นเรื่องยากและซับซ้อนเนื่องจากไม่สามารถนำราคาตลาดมาใช้เป็นค่าเสียหายได้โดยตรง เมื่อภาครัฐมีหน้าที่ดูแลทรัพยากรป่าไม้ในความรับผิดชอบของตนจึงเป็นผู้มีสิทธิเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกันในแนวทางการกำหนดค่าเสียหาย จึงควรมีการศึกษาแนวทางการกำหนดค่าเสียหายให้ชัดเจนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายของไทยที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ แนวทางการกำหนดค่าเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยในปัจจุบันยังก่อให้เกิดการโต้แย้งเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของวิธีการคำนวณซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการทางวิชาการ จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนแนวทางการคำนวนดังกล่าว วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ใช้วิธีการวิจัยโดยการเปรียบเทียบกฎหมายเรื่องการกำหนดค่าเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ตามหลักความรับผิดทางแพ่งทั้งกฎหมายของไทยและต่างประเทศเพื่อให้บุคคลผู้ทำให้เกิดความเสียหายชดใช้ค่าเสียหายเพื่อชดเชยความสูญเสียได้เหมาะสม จากการศึกษาพบว่าในหลายประเทศใช้วิธีการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์มาใช้กับการกำหนดค่าเสียหายของทรัพยากรป่าไม้ นอกจากนี้ค่าเสียหายยังรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของภาครัฐ เช่น ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ซึ่งคิดจากสิ่งที่ภาครัฐหรือผู้เสียหายได้จ่ายไปในการทำให้ทรัพยากรป่าไม้กลับสู่สภาพเดิมก่อนมีความเสียหายเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายในการประเมินความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับค่าสินไหมทดแทน ซึ่งจากการศึกษาบทบัญญัติเรื่องความรับผิดทางแพ่งในกฎหมายของไทยพบว่าไม่มีการกำหนดนิยามความหมายของทรัพยากรธรรมชาติไว้ กฎหมายบางฉบับไม่มีกฎหมายลำดับรองกำหนดหลักเกณฑ์คำนวณมูลค่าความเสียหายไว้ รวมถึงไม่มีการกำหนดค่าเสียหายอันเกิดจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการดำเนินการของภาครัฐไว้ จึงเกิดปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าทรัพยากรป่าไม้และนิเวศบริการของป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายของไทยหรือไม่ รวมถึงวิธีการคำนวณค่าเสียหายที่หน่วยงานภาครัฐใช้ครอบคลุมถึงความเสียหายจากบริการของระบบนิเวศป่าไม้หรือไม่ การกำหนดค่าเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ตามกฎหมายของไทยจึงขาดความแน่นอนชัดเจนไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงทำให้เกิดการโต้แย้งของประชาชนถึงความเป็นธรรมและความเหมาะสมเกี่ยวกับวิธีการคำนวณมูลค่าความเสียหายของภาครัฐด้วย ผู้เขียนจึงเสนอแนะแนวทางการกำหนดค่าเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ของไทย ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ จากการแบ่งการจัดการดูแลผืนป่าตามวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันตามกฎหมายแต่ละฉบับภายใต้การกำกับดูแลของ 3 หน่วยงาน คือ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยประการแรกเสนอแนะให้เพิ่มเติมนิยามความหมายของทรัพยากรธรรมชาติให้ครอบคลุมถึงนิเวศบริการ ประการที่สอง กำหนดความหมายของมูลค่าของทรัพยากรป่าไม้ให้ชัดเจนถึงมูลค่าการใช้ทั้งทางตรง ทางอ้อมและมูลค่าการเผื่อใช้ และกำหนดสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายให้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของภาครัฐ ประการที่สาม จัดทำกฎหมายลำดับรองกำหนดหลักเกณฑ์คำนวณมูลค่าความเสียหาย ประการสุดท้ายพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้หน่วยงานใช้เทียบสภาพก่อนและหลังมีความเสียหายเกิดขึ้นได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-07-24



