five

การศึกษาพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินและทัศนคติที่มีต่อกองทุนประกันสังคมภาคสมัครใจเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของผู้ประกอบอาชีพอิสระ

收藏
DataCite Commons2025-07-17 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1269
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมและทัศนคติในการวางแผนทางการเงินที่มีอิทธิพลต่อการเตรียมพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของผู้ประกอบอาชีพอิสระ ศึกษาผ่านวิถีชีวิตการทำงานอันส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในการวางแผนทางการเงิน รวมถึงทำความเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจเข้าหรือไม่เข้าเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจของผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจนศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อกองทุนประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40 เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะและปรับปรุงระบบประกันสังคมงานวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ประกอบอาชีพอิสระจำนวน 22 คน คำถามที่ใช้ในการวิจัยเป็นชนิดกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview) และเป็นลักษณะแบบปลายเปิด (Open-end Question) โดยคำถามของงานวิจัยแบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ วิถีชีวิตโดยทั่วไป วิถีการทำงาน พฤติกรรมการวางแผนทางการเงินและการเกษียณอายุ การตัดสินใจเข้าหรือไม่เข้าเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจในกองทุนประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40 และทัศนคติที่มีต่อการวางแผนทางการเงินและการเกษียณอายุผลการวิจัยพบว่า การที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีรายได้ที่ไม่มั่นคงและไม่มีหลักประกันในการดำรงชีพภาคบังคับจากทางภาครัฐ ทำให้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีทัศนคติและพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินที่ดี แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของรายได้ที่ทำให้ไม่สามารถเก็บออมได้อย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ เดือน ในจำนวนที่เท่ากันซึ่งพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินของกลุ่มตัวอย่าง สามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ การออมและลงทุนเพื่อผลตอบแทนทางการเงิน และการออมเพื่อสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต โดยจะมีการสร้างหลักประกันผ่านการซื้อประกันภัยผ่านบริษัทประกัน และการเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจในกองทุนประกันสังคมมาตรา 39 และมาตรา 40นอกจากนี้ ผลการศึกษาด้านทัศนคติของผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีต่อกองทุนประกันสังคมภาคสมัครใจพบว่า แรงจูงใจในการเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจ ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ผ่านนโยบายในการเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 การแนะนำโดยบุคลากรจากสำนักงานประกันสังคมหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มีความรู้ และรูปแบบการสมัครเป็นผู้ประกันตนที่สะดวกสบาย ส่วนปัญหากับอุปสรรคต่อการเข้าร่วมเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจนั้น ได้แก่ ผลประโยชน์ไม่น่าดึงดูดหรือไม่คุ้มค่า การขาดการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมภาคสมัครใจ การดำเนินเรื่องที่ยากลำบากในการเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือค่าชดเชยรายได้ ความล่าช้าในการรักษาพยาบาล และการขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีและสม่ำเสมอดังนั้น ในการปรับปรุงระบบประกันสังคมจากแรงจูงใจและปัญหากับอุปสรรคข้างต้น ภาครัฐจึงควรเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมให้ประชาชนตั้งแต่ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควบคู่ไปกับสนับสนุนการอบรมในบริษัทและสถานประกอบการ อีกทั้งยังต้องปรับปรุงรากฐานของโครงสร้างระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้การรักษาพยาบาลมีความสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ข้อเสนอแนะสำหรับสำนักงานประกันสังคมจะเป็น การประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมทั้งในช่องทางแบบออฟไลน์และออนไลน์ การปรับปรุงให้การดำเนินเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้มีความสะดวก รวดเร็ว การพัฒนาให้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และปรับให้สิทธิประกันสังคมเป็นสิทธิส่วนเพิ่มที่จะคุ้มครองการเบิกค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนของผู้ประกันตนทั้งมาตรา 39 และมาตรา 40 และการขยายอายุเกษียณของผู้ประกันตนภาคสมัครใจให้เป็น 65 ปี
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-07-16
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务