เส้นทางของการสร้างระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้งในประเทศไทย พ.ศ. 2549-2566
收藏DataCite Commons2024-09-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.897
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ดุษฎีนิพนธ์นี้เสนอว่าเราควรพิจารณาการเมืองไทยในช่วงปี 2549-2566 ในฐานะความพยายามของผู้ครองอำนาจทางการเมืองในการสร้างระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง ความเข้าใจเช่นนี้เป็นการมองผ่านมุมมองประวัติศาสตร์และสถาบันการเมืองที่มีการเลือกตั้งเป็นศูนย์กลาง โดยประยุกต์ใช้แนวความคิด “ระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้ง” เป็นกรอบในการศึกษา แนวคิดนี้อธิบายว่าระบอบอำนาจนิยมสมัยใหม่มิได้ปฏิเสธการดำรงอยู่ของสถาบันการเมืองแบบประชาธิปไตย หากแต่ได้ผนวกรวมเอาสถาบันทางการเมืองแบบประชาธิปไตยให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบอบอำนาจนิยมแทน เพื่อเป้าหมายในการสร้างความชอบธรรม การได้รับการยอมรับทั้งจากภายในและภายนอก ขณะเดียวกันก็พยายามควบคุมบงการการเลือกตั้งและสถาบันการเมืองแบบประชาธิปไตยด้วยวิธีการที่หลากหลายเพื่อควบคุมการแข่งขันและผลที่เกิดจากการเลือกตั้งไปพร้อม ๆ กัน ดุษฎีนิพนธ์นี้ได้จัดประเภทวิธีการควบคุมบงการออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. การซื้อเสียงและการโกงการเลือกตั้ง 2. การควบคุมหรือการจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชน 3. การกีดกันคู่แข่งออกจากการแข่งขันและจำกัดตัวเลือกของประชาชน 4. การกีดกันผู้ที่มาจากการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งหรือพื้นที่การตัดสินใจที่สำคัญการศึกษาพลวัตของระบอบอำนาจนิยมไทยนั้นพบว่า ความพยายามในการสร้างหรือรักษาระบอบอำนาจนิยมเริ่มต้นจากการออกแบบกติกาเหนือการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านทางรัฐธรรมนูญ สถาบันการเมือง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบเลือกตั้ง พรรคการเมือง วุฒิสมาชิก ศาลรัฐธรรมนูญ ในลักษณะที่กีดกันผู้ที่มาจากการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งหรือพื้นที่การตัดสินใจ ที่สำคัญ สงวนตำแหน่งเหล่านี้ไว้สำหรับผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกับสร้างกลไกที่สามารถนำมาใช้กีดกันคู่แข่งออกจากการแข่งขันและจำกัดตัวเลือกของประชาชนได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงกติกาเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารหรือหลังจากที่ระบอบอำนาจนิยมล้มเหลวในการควบคุมผลการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้ง รัฐบาลที่มาจากรัฐประหารพยายามเข้าไปควบคุมบงการการเลือกตั้งมากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อาจจะไม่มีการซื้อเสียงหรือการโกงการเลือกตั้งอย่างโจ่งแจ้งและโดยตรง แต่มีการใช้เทคนิคในการสร้างความได้เปรียบ-เสียเปรียบในการเลือกตั้ง พร้อมกับพยายามควบคุมหรือการจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชนฝ่ายตรงกันข้ามในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการควบคุมบงการการเลือกตั้งดังกล่าวก็ไม่อาจรับประกันความสำเร็จได้ เนื่องจากพรรคฝ่ายตรงข้ามยังคงสามารถชนะการเลือกตั้งได้ การวางกติกาและเงื่อนไขทางการเมืองที่พยายามกดทับฝ่ายตรงกันข้ามได้กลายมาเป็นโอกาสที่นำไปสู่การเกิดขึ้นของผู้ท้าทายใหม่ ซึ่งก็คือพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล ในฐานะของผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจของการเลือกตั้งภายใต้ระบอบอำนาจนิยม ในกรณีที่ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปดังที่ผู้ครองอำนาจทางการเมืองมุ่งหวัง ชุดวิธีการสุดท้ายที่จะถูกนำมาก็คือ การตัดสิทธินักการเมือง การทำให้นักการเมืองขาดคุณสมบัติ และการยุบพรรคการเมืองที่ท้าทายอำนาจของระบอบ ยิ่งไปกว่านั้น เทคนิควิธีการล่าสุดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา คือ การผนวกฝ่ายตรงข้ามทั้ง “พรรคการเมือง” เข้ามาเป็นพวก วิธีการเหล่านี้เป็นการกีดกันคู่แข่งออกจากการแข่งขันและจำกัดตัวเลือกของประชาชนที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันความพยายามการแก้ไข้รัฐธรรมนูญอันเป็นกติกาที่เอื้อกับระบอบอำนาจนิยมนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากอย่างยิ่ง เพราะผู้ที่มาจากการเลือกตั้งถูกกีดกันออกจากตำแหน่งหรือพื้นที่การตัดสินใจนี้ กล่าวได้ว่าลักษณะเด่นของการสร้างและรักษาระบอบอำนาจนิยมที่มีการเลือกตั้งของไทยอยู่ที่วิธีการในการกีดกันคู่แข่งออกจากการแข่งขัน จำกัดตัวเลือกของประชาชน กีดกันผู้ที่มาจากการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งหรือพื้นที่ในการตัดสินใจที่สำคัญ วิธีการเหล่านี้ทำให้ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งไม่มีอำนาจในการตัดสินใจที่สำคัญอย่างแท้จริง หรืออยู่ภายใต้อำนาจคุ้มครองควบคุม (tutelary powers) ของตัวแสดงที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในแง่นี้แล้ว ผลการเลือกตั้งในปี 2566 และการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ตามมา จึงสะท้อนถึงความสำเร็จและพลวัตทางยุทธศาสตร์หลักของระบอบอำนาจไทยนิยมเอง ที่มีลักษณะสำคัญคือ 1) พยายามรักษา “ฉากหน้า” ของความเป็นประชาธิปไตยอย่างเคร่งครัด 2) หลีกเลี่ยงวิธีการควบคุมบงการที่โจ่งแจ้งที่ทำให้ขาดการยอมรับของประชาชนทั่วไปและประชาคมระหว่างประเทศ 3) เลือกใช้วิธีการอันซับซ้อนที่ไม่อาจเข้าใจได้อย่างง่าย ๆ โดยทันที คลุมเครือหรือบางครั้งถกเถียงกันได้ การบิดเบือนกติกาหรือสถาบันการเมืองแบบประชาธิปไตยเพื่อร้องรับเป้าหมายของอำนาจนิยม รักษาสถานภาพเดิม ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจได้อย่างจำกัดจำเขี่ยตามแต่ผู้ครองอำนาจจะให้ความยินยอม
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-20



