five

มาตรการด้านกฎหมายพลังงานและสิ่งแวดล้อมในการกำกับดูแลการขุดคริปโทเคอร์เรนซีในประเทศไทย

收藏
DataCite Commons2024-08-30 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.502
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
กระแสของการให้ความสนใจตลอดจนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างคริปโทเคอร์เรนซีนั้นเรียกได้ว่ากำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลก และถือได้ว่าเป็นเครื่องมือในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกที่ทุกคนสูญเสียความไว้ใจต่อสถาบันทางการเงิน โดยคริปโทเคอร์เรนซีนั้นถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ที่อาศัยกลไกการทำงานทางเทคโนโลยีที่มีความเฉพาะอย่างบล็อกเชนในการบันทึกข้อมูลทางธุรกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องผ่านธนาคารหรือสถาบันทางการเงินตลอดจนใช้หน่วยงานใดเป็นตัวกลางในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูล และเนื่องจากกระแสความนิยมของคริปโทเคอร์เรนซีที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมากจึงทำให้ประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยให้ความสำคัญในการออกมาตรการทางกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อมากำกับดูแลหรือควบคุมการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว โดยในประเทศไทยก็ได้มีการออกพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 ขึ้นมาสำหรับใช้ในการควบคุมและกำกับดูแล โดยมีการให้อำนาจหน้าที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในการกำหนดและวางแนวนโยบาย ซึ่งพระราชกำหนดฉบับนี้ควบคุมผู้ประกอบธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด 5 ประเภทด้วยกัน กล่าวคือ (1) ศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี (2) นายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี (3) ผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี (4) ที่ปรึกษาคริปโทเคอร์เรนซี และ (5) ผู้จัดการเงินทุนคริปโทเคอร์เรนซี อันมีเจตนารมณ์มุ่งเน้นไปที่การประกอบธุรกิจซื้อขายและแลกเปลี่ยนเพื่อผลักดันตลอดจนขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ไม่ได้ปรากฏว่ามีการชั่งน้ำหนักถึงประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการได้มาโดยวิธีการขุดแต่อย่างใด การที่ประเทศไทยไม่มีมาตรการทางกฎหมายในการกำกับดูแลผู้ขุดคริปโทเคอร์เรนซีโดยเฉพาะนั้นเป็นผลให้ผู้ขุดคริปโทเคอร์เรนซีไม่ต้องมีภาระหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในสิ่งที่ตนได้ก่อให้เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองและไม่รู้คุณค่า และเพื่อป้องกันปัญหาผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศจากกระบวนการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ตลอดจนปัญหาเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์จำพวกชิ้นส่วนของอุปกรณ์และเครื่องขุดที่หมดประสิทธิภาพการใช้งานไวกว่าปกติเนื่องจากมีการใช้และบำรุงรักษาอย่างไม่ถูกต้องทำให้ต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์และตัวเครื่องใหม่บ่อยกว่าที่ควรจะเป็นโดยหากได้รับการกำจัดอย่างไม่ถูกวิธีก็จะทำให้เกิดการรั่วไหลของสารต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ การศึกษาค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงเสนอให้ภาครัฐมีการคำนึงถึงประเด็นในด้านของสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ โดยกำหนดให้มีการควบคุมกิจกรรมการขุดคริปโทเคอร์เรนซีให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการนำเอามาตรการทางกฎหมายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในประเทศไทย เช่น มาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุมมากำหนดให้กิจกรรมการขุดคริปโทเคอร์เรนซีที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายว่าเป็นการดำเนินกิจกรรมที่มีปริมาณการใช้พลังงานจำนวนมากในอาคารต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนมาตรการทางกฎหมายในการอนุรักษ์พลังงานในเครื่องจักรมาใช้ควบคุมเครื่องขุดคริปโทเคอร์เรซี ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 และการนำเอามาตรการทางเศรษฐศาสตร์ในการเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในการขุดคริปโทเคอร์เรนซี ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาใช้เพื่อลดการบริโภคด้านพลังงานอันเป็นการส่งเสริมให้ผู้ขุดคริปโทเคอร์เรนซีมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางอ้อม และรู้จักวางแผนในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ตลอดจนการนำเอามาตรการทางกฎหมายในการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาควบคุมกำหนดให้การดำเนินกิจการขุดคริปโทเคอร์เรนซีที่มีลักษณะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรงต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ขุดคริปโทเคอร์เรนซีมีความตระหนักและเกิดการวางแผนในการใช้พลังงานสำหรับการขุดมากขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-08-30
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务