ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดและผลของความเครียดของพนักงานในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพในกรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2023-06-29 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.265
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ในปัจจุบันบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศไทยมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับการให้บริการทางธุรกิจ รองลงมาคือเทคโนโลยีด้านการเงินส่วนใหญ่มีการนำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหลักในการทำงาน ซึ่งผู้วิจัยมองว่าบริษัทสตาร์ทอัพเป็นกลุ่มบริษัทยุคใหม่ที่ในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการที่บริษัทสตาร์ทอัพไทยจะเติบโตเหมือนกับบริษัทใน Silicon Valley นั้นต้องอาศัยพนักงานที่เก่ง มีความสามารถ และมีสุขภาพจิตที่ดี จึงจะทำให้บริษัทนั้นเติบโตจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการวิจัยในหัวข้อเรื่องปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดและผลของความเครียดของพนักงานในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพในกรุงเทพมหานคร จากผลการศึกษาที่มีการเก็บแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 352 คนที่เป็นพนักงานในบริษัทสตาร์ทอัพนั้นสามารถสรุปได้ว่าปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานในบริษัทสตาร์ทอัพในเขตกรุงเทพมหานครเกิดความเครียดนั้นหลัก ๆ มีอยู่ด้วยกัน 4 ปัจจัย ดังนี้ ปัจจัยด้านลักษณะงาน เช่น งานที่ได้รับมีความเร่งด่วน เกิดความกดดัน เป็นต้น ปัจจัยต่อมาคือปัจจัยด้านบทบาทและหน้าที่ในองค์กรของพนักงาน เช่น การที่ต้องทำงานหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน รวมถึงความไม่ชัดเจนของขอบเขตหน้าที่ เป็นต้น ปัจจัยที่สามคือปัจจัยด้านบรรยากาศและโครงสร้างในการทำงาน เช่น ปรับตัวไม่ได้กับวัฒนธรรมองค์กร เป็นต้น ปัจจัยสุดท้ายที่เป็นสาเหตุของความเครียด คือ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายนอกที่พนักงานส่วนใหญ่นั้นกังวลกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมานี้เป็นสาเหตุของความเครียดของพนักงานในบริษัทสตาร์ทอัพในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาวะความเครียดปานกลาง นอกจากนี้ผลการศึกษายังศึกษาถึงผลกระทบของความเครียดที่มีต่อพนักงานในบริษัทสตาร์ทอัพ ยังพบว่าพนักงานบริษัทสตาร์ทอัพส่วนใหญ่นั้น มีผลกระทบระดับปานกลาง กล่าวคืออาจเป็นผู้ที่มีภาวะสงสัยว่ามีปัญหาความเครียด ที่ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวหรือแก้ปัญหา โดยอาจจะมีอาการ เบื่อ เซ็ง หรืออาการนอนไม่หลับ รวมถึงปวดหัว แต่ยังคงเป็นระดับที่สามารถแก้ไขได้ โดยแนวทางที่ผู้ประกอบการควรปฏิบัติ คือ ควรมีการสอบถาม พูดคุยถึงปัญหา ทำความเข้าใจถึงปัญหาและสาเหตุของความเครียด ร่วมกันหาทางออกและแนวทางการปฏิบัติกับพนักงานอย่างสมํ่าเสมอ เนื่องจากการทำงานที่เป็นแบบ Horizontal Structure ทำให้การพูดคุยนั้นเกิดขึ้นได้อย่างง่ายและยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อตัวพนักงานเองและผลกระทบต่อการทำงานในบริษัท
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-06-29



