five

ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มรายได้ของการผลิตข้าวอินทรีย์

收藏
DataCite Commons2025-01-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.34
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
งานวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มรายได้ของการผลิตข้าวอินทรีย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ เพื่อศึกษาระดับความรู้ของเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นด้านการตลาดของผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ เพื่อศึกษาปัจจัยด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการผลิตข้าวอินทรีย์ เพื่อศึกษาความเห็นของเกษตรกรผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ที่มีต่อนโยบายภาครัฐเพื่อศึกษาความคิดเห็นของเกษตรกรปัจจัยที่ส่งผลให้เกษตรกรผู้ทำนาอินทรีย์ มีรายได้เพิ่มขึ้น และเพื่อปัจจัยที่ส่งผลให้เกษตรกรผู้ทำนาอินทรีย์ มีรายได้เพิ่มขึ้น กำหนดกลุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มแบบเจาะจง (purposive sampling) โดยเลือกจากเกษตรกรผู้ทำนาในระบบอินทรีย์ซึ่งอยู่ในทะเบียนรับรองข้าวอินทรีย์ ปีพ.ศ. 2562 (อินทรีย์เบื้องต้น) จำนวน 212 รายจากทั่วประเทศ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม 6 ตอน ประกอบด้วย ข้อมูลสภาพสังคมและเศรษฐกิจของผู้ตอบแบบสอบถาม ข้อมูลความรู้ในการผลิตข้าวอินทรีย์ ข้อมูลความคิดเห็นด้านการตลาด ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ ข้อมูลความคิดเห็นต่อนโยบายภาครัฐด้านเกษตรอินทรีย์ และข้อมูลความคิดเห็นของเกษตรกรต่อความสำเร็จในการเพิ่มรายได้ในการทำนาอินทรีย์ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ (frequency) ค่าร้อยละ (percentage) ค่าต่ำสุด (minimum) ค่าสูงสุด (maximum) ค่าเฉลี่ย (mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation : S.D.) การจัดอันดับ (ranking) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (multiple regression)ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 78.3 ในช่วงอายุ 51-60 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.79 มีสถานภาพสมรสแต่งงานแล้ว คิดเป็นร้อยละ 64.15 มีระดับการศึกษาประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 57.08 มีรายได้เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 10,001-15,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 55.66 มีภาระหนี้สิน คิดเป็นร้อยละ 77.83 ในจำนวนผู้มีภาระหนี้สิน 165 ราย เป็น หนี้ในระบบ 143 ราย คิดเป็นร้อยละ 86.67 เป็นหนี้ช่วงระหว่าง 20,000-30,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 50.29 โดยมีหนี้ต่ำสุดที่ 8,000 บาท สูงสุด 350,000 บาท หนี้เฉลี่ย 28,984 บาท ประกอบอาชีพเกษตรกร โดยไม่มีอาชีพอื่นเสริม คิดเป็นร้อยละ 90.57 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เอง คิดเป็นร้อยละ 91.04 เป็นสมาชิก จำนวน 206 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.17 มีพื้นที่ระหว่าง 6-10 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 38.20 มีประสบการณ์ในช่วง 6-10 ปี คิดเป็นร้อยละ 84.43 ทำนาปีละ 1 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 100.00 ผลิตข้าวเปลือกได้ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 400 กิโลกรัมต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 77.83 ใช้แรงงานในครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 84.90 มีต้นทุนการผลิตระหว่าง 1,001-2,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 79.72 ส่วนใหญ่ ใช้โรงสีของชุมชน คิดเป็นร้อยละ 41.98 มีที่ตากข้าวเปลือกเพียงพอ คิดเป็นร้อยละ 83.96 มีที่ตากข้าวเปลือกเพียงพอ ไม่มีที่วัดความชื้นข้าว คิดเป็นร้อยละ 90.1 ไม่มีที่วัดความชื้นข้าว มีปัญหาเรื่องการขนส่งข้าว คิดเป็นร้อยละ 88.87 ไม่มีปัญหาในการเข้าถึงบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์ คิดเป็นร้อยละ 93.87 พึงพอใจผลตอบแทนทางการเงินที่ได้รับจากการเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ คิดเป็นร้อยละ 69.34เกษตรกรส่วนใหญ่ มีความรู้เกี่ยวกับการผลิตข้าวอินทรีย์ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 93.34 มีความคิดเห็นในเรื่องการตลาดในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 3.46) มีความเห็นว่านโยบายภาครัฐให้การสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย 2.24) มีความเห็นในต่อแนวทางการเพิ่มรายได้ในการทำนาอินทรีย์ ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.30) และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการเพิ่มรายได้ในการทำนาอินทรีย์ตามทัศนะของเกษตรกร ได้แก่ การศึกษา อายุ ภาระหนี้สิน จำนวนผลผลิตต่อไร่ ต้นทุนการผลิต ปัจจัยเรื่องความรู้ในการผลิตข้าวอินทรีย์ ปัจจัยเรื่องความคิดเห็นด้านการตลาด และปัจจัยเรื่องนโยบายภาครัฐ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-01-20
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务