five

ขอบเขตของอำนาจปกครองและหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก: ศึกษากรณีให้บุตรทำงานตามสมควร

收藏
DataCite Commons2026-02-11 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.146
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ในปัจจุบันโครงสร้างของสถาบันครอบครัวไทยส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแบบลำดับชั้นที่บิดามารดามีอำนาจเหนือกว่าบุตร สื่อถึงอำนาจของผู้ใช้อำนาจปกครองและผู้อยู่ภายใต้อำนาจปกครองซึ่งเป็นปกติธรรมดาที่สถานะของทั้งสองฝ่ายจะไม่เท่าเทียมกัน ความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตรตามจารีตประเพณีของสังคมไทยส่วนใหญ่แล้วบิดามารดามักจะมีอำนาจเหนือชีวิตบุตร การใช้อำนาจปกครองของบิดามารดานั้นจะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ที่เด็กจะต้องได้รับภายในครอบครัว มีผลกระทบต่อเด็กทั้งในด้านชีวิต ร่างกาย และจิตใจอย่างแจ้งชัด เด็กในวัยเจริญเติบโตจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรัก ความเอาใจใส่ ความเชื่อมัน และรู้ถึงคุณค่าของตนเอง หรือจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเกลียดชัง ความสับสนในตนเอง และการปล่อยปละละเลย ได้โดยตรงจากการใช้อำนาจปกครองของบิดามารดา โดยสิทธิของผู้ใช้อำนาจปกครองในการให้บุตรทำการงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูปก็เป็นหนึ่งในอำนาจปกครองที่บิดามารดามีต่อบุตร แต่ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายบัญญัติเอาไว้อย่างชัดเจนว่าการให้บุตรทำการงานนั้นอย่างไรจึงจะถือว่าตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป อย่างไรจึงเป็นลักษณะของงานที่เกินสมควรที่เด็กไม่ควรทำ ส่งผลให้เด็กที่ต้องทำการงานภายใต้อำนาจปกครองของบิดามารดายังไม่ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมเพียงพอจากการใช้อำนาจปกครองดังกล่าวการที่ยังไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองเด็กจากการทำงานดังกล่าวนี้ ทำให้ผู้ใช้อำนาจปกครองสามารถใช้อำนาจเหนือตัวบุตรได้โดยใช้แต่เพียงดุลพินิจส่วนตัวว่างานที่มอบหมายให้บุตรทำนั้นไม่เกินสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูปของบุตรเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จนอาจเกิดการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากตัวเด็กหรืออาจเกิดความเสียหายแก่ชีวิตร่างกาย จิตใจ อนามัยหรือกระทบต่อการเรียนหนังสือของเด็กได้ เนื่องจากเด็กเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต มีความต้องการเวลาในการพักผ่อนอย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการได้เรียนหนังสือเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของเด็ก ดังนั้นจึงควรมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดถึงมาตรฐานขั้นต่ำที่ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องปฏิบัติตามเมื่อใช้ให้บุตรทำการงาน เพื่อให้ความคุ้มครองเด็กจากการทำงานภายใต้อำนาจปกครองแต่การใช้อำนาจปกครองของบิดามารดาเกินสมควรดังกล่าวนี้มักจะเป็นสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว อันเป็นสิทธิในครอบครัวซึ่งถือเป็นสิทธิในความเป็นส่วนตัวที่รัฐก็ไม่อาจแทรกแซงการใช้อำนาจปกครองบุตรของบิดามารดาได้ เพราะการแทรกแซงอำนาจปกครองโดยรัฐนั้นจะมีได้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น รัฐยังคงต้องให้ความเคารพต่ออำนาจปกครองบุตรและแนวทางในการเลี้ยงดูบุตรของบิดามารดา ส่งผลให้กฎหมายที่จะให้การคุ้มครองเด็กโดยการนำหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กมาปรับใช้นั้นต้องไม่เป็นการกำจัดอำนาจปกครองของบิดามารดาไปเสียทั้งหมดหรือต้องไม่จำกัดอำนาจปกครองของบิดามารดามากเกินควร ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของบิดามารดาควบคู่ไปกับประโยชน์ของเด็กเพื่อให้เกิดความสมดุลกันของทั้งสองฝ่ายด้วยการค้นคว้าอิสระฉบับนี้จึงประสงค์ที่จะศึกษาถึงแนวทางที่เหมาะสมในการให้ความคุ้มครองเด็กจากการทำงานภายใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา ด้วยการศึกษาเปรียบเทียบกับกฎหมายต่างประเทศเพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับนำมาปรับใช้กับประเทศไทยในการให้ความคุ้มครองเด็กให้ได้มากที่สุด โดยนำข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ มาเป็นต้นแบบในการกำหนดถึงมาตรฐานขั้นต่ำในการทำงานของเด็กทั้งในด้านอายุ ด้านประเภทของงาน และด้านระยะเวลาในการทำงานของเด็ก ที่บิดามารดาต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดไว้ เพราะเด็กแต่ละช่วงวัยมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและความสามารถในการตัดสินใจที่แตกต่างกัน งานบางประเภทเป็นงานอันตรายที่ไม่ควรให้เด็กทำโดยเด็ดขาด รวมถึงบางช่วงเวลาเด็กก็ควรต้องได้รับการพักผ่อนและเด็กไม่ควรต้องทำงานมากเกินไป และถ้าหากบิดามารดาหรือผู้ใช้อำนาจปกครองไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำดังกล่าวก็จะถือเป็นข้อสันนิษฐานได้ว่าบิดามารดาหรือผู้ใช้อำนาจปกครองได้ใช้อำนาจปกครองบุตรโดยมิชอบ อันเป็นข้อโต้แย้งให้ยื่นคำร้องขอถอนอำนาจปกครองบุตรแต่บางส่วนหรือเสียทั้งหมดเพื่อให้การปกป้องคุ้มครองเด็กได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-11
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务