การวิเคราะห์ความถี่แบบลุ่มน้ำรวมของฝนรายวันสูงสุดในประเทศไทย
收藏资源简介:
การวิเคราะห์ความถี่แบบลุ่มน้ำรวม เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับสำหรับการจำลองค่าสูงสุดของตัวแปรอุทกภัยในข้อมูลที่มีอย่างจำกัด วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความถี่แบบลุ่มน้ำรวมของข้อมูลฝนรายวันสูงสุดในประเทศไทย โดยพิจารณาประยุกต์ทฤษฎีความถี่แจกแจงที่พิจารณา (generalized extreme-value: GEV, generalized normal: GNO, Pearson type III: PE3, generalized logistic: GLO และgeneralized Pareto: GPA) และการประมาณการพารามิเตอร์ด้วยโมเมนต์เชิงเส้นเข้ากับฝนรายวันดัชนีฝนรายวันสูงสุดของประเทศไทยที่ใชในการศึกษา เป็นข้อมูลอยู่ในช่วงปี พ.ศ.2534 - พ.ศ.2563 ของ 118 สถานีวัดน้ำฝนกรมอุตุนิยมวิทยาจากการศึกษาพบว่า การวิเคราะห์ความไม่เข้าพวกของข้อมูล (Di) สถานีที่มีค่า Di > 3 จำนวน 3 สถานี การแบ่งลุ่มน้ำรวมใช้ลักษณะเฉพาะของข้อมูลสถานีในการแบ่งกลุ่ม ซึ่งแบ่งได้เป็น 7 กลุ่ม โดยมีค่ามัธยฐานของจำนวนสถานีทั้ง 7 กลุ่มคือ 15 สถานี โดยกลุ่มที่มีจำนวนสถานีมากที่สุดคือ 32 สถานี และกลุ่มที่มีจำนวนสถานีน้อยที่สุด คือ 3 สถานี ในการแบ่งกลุ่มเพื่อวิเคราะห์ความไม่คล้ายคลึงกันทางสถิติของลุ่มน้ำรวม (Hi) พบว่า ข้อมูลฝนรายวันสูงสุดภายในลุ่มน้ำรวมเดียวกันมีค่า 1≤ Hi < 2 ซึ่งหมายถึงลุ่มน้ำรวมค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกัน (fairly homogeneous) การทดสอบทฤษฎีการแจกแจงความถี่ของลุ่มน้ำรวมที่เหมาะสม (Z) พบกว่า ทฤษฎี GEV เป็นทฤษฎีที่มีเสถียรภาพได้รับการยอมรับในทุกกลุ่ม รองลงมาคือ ทฤษฎี GNO ลำดับถัดมาคือทฤษฎี PE3 และ GLO ตามลำดับ ส่วนทฤษฎีที่ไม่ได้รับการยอมรับคือทฤษฎี GPA โดยทฤษฎี GEV มีความเหมาะสมสำหรับการประมาณการควอนไทล์ที่รอบปีการเกิดซ้ำที่ T< 100 ปี และการศึกษาการถ่ายข้อมูลจากกลุ่มมายังสถานีด้วยการแจกแจงแบบ GEV พบว่า การแจกแจงทฤษฎี GEV แบบ 2 พารามิเตอร์สามารถประมาณการควอนไทล์ของสถานีได้ดีกว่าการแจกแจงทฤษฎี GEV แบบ 3 พารามิเตอร์ของลุ่มน้ำรวม



