five

การประเมินปริมาณปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเทคโนโลยีเตาเผาสำหรับการแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน: กรณีศึกษาจังหวัดปทุมธานี

收藏
Mendeley Data2024-01-31 更新2024-06-27 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2019.665
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ปัญหาขยะมูลฝอยของจังหวัดปทุมธานีได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของเมือง ปัญหานี้จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการ การแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงานโดยวิธีการเผาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการจัดการสำหรับจังหวัดปทุมธานี งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพและเลือกเทคโนโลยีเตาเผาที่เหมาะสมสำหรับการจัดการขยะมูลฝอยของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาศึกษาเปรียบเทียบนั้นคือ เทคโนโลยีเตาเผาแบบ Moving grate และเทคโนโลยีเตาเผาแบบฟลูอิดไดซ์เบด (Fluidized-bed) เท่านั้น โดยใช้ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), มีเทน (CH4), ไนตรัสออกไซด์ (N2O) และปริมาณขยะ เป็นต้น ปัจจัยเหล่านี้นำมาวิเคราะห์ตามคำแนะนำของคู่มือ 2006 IPCC พบว่า เทคโนโลยีเตาเผาแบบ Moving grate ให้ค่าปริมาณปลดปล่อยรวมของก๊าซเรือนกระจกประมาณ 5.59 GgCO2 และเทคโนโลยีเตาเผาแบบฟลูอิดไดซ์เบด (Fluidized-bed) ให้ค่าปริมาณปลดปล่อยรวมของก๊าซเรือนกระจกประมาณ 5.71 GgCO2 ดังนั้นเทคโนโลยีเตาเผาแบบ Moving grate เป็นเทคโนโลยีเตาเผาขยะที่เหมาะสมสำหรับจังหวัดปทุมธานี เพราะมีปริมาณปลดปล่อยรวมของก๊าซเรือนกระจกที่น้อยกว่าเทคโนโลยีเตาเผาแบบฟลูอิดไดซ์เบด (Fluidized-bed) ประมาณร้อยละ 2.07 นอกจากนี้เมื่อเทียบด้วยปริมาณขยะที่เท่ากันของจังหวัดปทุมธานี อาศัยผลการพิจารณาในด้านพลังงานกลับคืนและจำนวนเตาเผาที่ต้องการ พบว่าเทคโนโลยีเตาเผาขยะแบบ Moving grate คุ้มค่ากว่าเทคโนโลยีเตาเผาแบบ Fluidized-bed
创建时间:
2024-01-31
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务