การศึกษาเปรียบเทียบผลการรักษาโรคตาแห้งระหว่างการประเมินความรุนแรงด้วยการตรวจหาความหนาเซลล์ชั้นผิวกระจกตา (corneal epithelial thickness) ด้วยเครื่อง spectral domain optical coherence tomography เทียบกับการตรวจทางคลินิก
收藏DataCite Commons2023-11-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1418
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
จุดประสงค์: เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลการรักษาโรคตาแห้ง ระหว่างการประเมินความรุนแรงด้วยการตรวจหาความหนาเซลล์ชั้นผิวกระจกตา (Corneal epithelial thickness) ด้วยเครื่อง Spectral domain optical coherence tomography เทียบกับการตรวจทางคลินิก และเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างผลการตรวจหาความรุนแรงของตาแห้งด้วยการตรวจหาความหนาเซลล์ชั้นผิวกระจกตา (Corneal epithelial thickness) ด้วยเครื่อง Spectral domain optical coherence tomography และการตรวจทางคลินิก รูปแบบ: randomized controlled study อาสาสมัคร: อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีอาการตาแห้งตามเกณฑ์การวินิจฉัยตาแห้ง Tear Film & Ocular Surface Society Dry Eye Workshop II criteriaระเบียบวิธีวิจัย: อาสาสมัครได้รับการทำ randomize 1:1 โดยกลุ่มหนึ่งได้รับการประเมินความรุนแรงของโรคตาแห้งจากการวัดค่า corneal epithelial thickness ด้วยเครื่อง Spectral domain Optical Coherence Tomography และอีกกลุ่มได้รับการประเมินความรุนแรงของตาแห้งจากการตรวจร่างกายทางคลินิก (กลุ่มควบคุม) โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ตาแห้งรุนแรงน้อย (Mild to moderate dry eye) และกลุ่มที่รุนแรงมาก (ตาแห้งรุนแรง) ทั้งสองกลุ่มได้รับการรักษาตาแห้ง โดยพิจารณาให้การรักษาตามความรุนแรงที่ประเมินได้เป็นระยะเวลา 3 เดือนการวัดผลลัพธ์หลัก: primary outcome คือการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยของค่าการระเหยของน้ำตาที่ 1 และ 3 เดือนเมื่อเทียบกับค่าพื้นฐาน ส่วน secondary outcome คือ การเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยของ Dry eye questionnaire-5 score, ระดับการติดสี Fluorescein ที่ผิวกระจกตาที่ 1 และ 3 เดือนเมื่อเทียบกับค่าพื้นฐาน ของกลุ่ม Optical Coherence Tomography และกลุ่มควบคุม นอกจากนี้ยังเปรียบเทียบ Diagnostic performance, agreement และหา correlation ระหว่างผลของวิธีการวัดความรุนแรงโรคตาแห้งด้วยการตรวจทั้งสองชนิด ผลการวิจัย: อาสาสมัคร 92 คนที่เข้าร่วมการศึกษา แบ่งเป็นกลุ่ม Optical Coherence Tomography 46 คน แบ่งเป็นการรักษาตาแห้งรุนแรงน้อย 28 คน, ตาแห้งรุนแรงมาก 18 คน กลุ่มควบคุม 46 คน แบ่งเป็นการรักษาตาแห้งรุนแรงน้อย 31 คน, ตาแห้งรุนแรงมาก 15 คน ไม่มาตรวจตามนัด 7 คน ผลการรักษาที่ 3 เดือน พบว่าค่าการระเหยของน้ำตาในกลุ่ม Optical Coherence Tomography มีค่าเฉลี่ยมากกว่ากลุ่มควบคุม 0.21 แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.487) ส่วนค่า Dry eye questionnaire-5 score ในกลุ่ม Optical Coherence Tomography มีค่าเฉลี่ยมากกว่ากลุ่มควบคุม 0.10 แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.669) และระดับการติดสี Fluorescein ที่ผิวกระจกตา ในกลุ่ม Optical Coherence Tomography มีค่าเฉลี่ยน้อยกว่ากลุ่มควบคุม 0.09 แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value = 0.245) ส่วนในแง่ความสามารถในการวินิจฉัยของการตรวจ Optical Coherence Tomography ในการวินิจฉัยตาแห้งรุนแรง เมื่อเทียบกับการตรวจประเมินทางคลินิกพบว่ามี sensitivity 84.4% (95% CI 67.2-94.7%), specificity 90% (95% CI 79.5%-96.2%), Positive Predictive Value 81.8% (95% CI 64.5-93.0%), Negative Predictive Value 91.5% (95% CI 81.3-97.2%), Area under the curve 0.87 (95% CI 0.80-0.95) การเปรียบเทียบวิธีวัดทั้ง 2 แบบ พบว่ามี Agreement 88.04% Kappa coefficient 0.7384 ถือว่ามี agreement ที่ดี แต่ correlation ระหว่างค่า TBUT ที่ baseline และค่า variance CET ที่ baseline พบว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน (Pearson’s correlation 0.0344)สรุปได้ว่าการตรวจ Optical Coherence Tomography เพื่อวัด corneal epithelial thickness ในโรคตาแห้ง เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่ใช้ในการจำแนกความรุนแรงของตาแห้งได้ดี แต่การจำแนกความรุนแรงด้วยการใช้ Optical Coherence Tomography corneal epithelial thickness ไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์ของการรักษาโรคตาแห้งดีขึ้น เมื่อเทียบกับการจำแนกความรุนแรงด้วยการตรวจทางคลินิกตามปกติ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-06



