การสื่อสารความหมาย “มือที่สาม” ในเพลงไทยสมัยนิยม พ.ศ. 2527-2566
收藏DataCite Commons2024-09-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.911
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การสื่อสารความหมาย “มือที่สาม” ในเพลงไทยสมัยนิยม พ.ศ. 2527–2566” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยทำการศึกษาเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเป็นมือที่สามที่ปรากฏขึ้นในช่วง พ.ศ. 2527–พ.ศ. 2566 เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหมายและสำนึกเรื่องมือที่สาม ที่สื่อสารผ่านเพลงไทยสมัยนิยม รวมถึงเปรียบเทียบให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของความหมายและสำนึกเรื่องมือที่สาม ที่สื่อสารผ่านเพลงไทยสมัยนิยมตลอดช่วง พ.ศ. 2527–พ.ศ. 2566 โดยใช้การวิเคราะห์ตัวตัวบท (Textual Analysis) ผ่านแนวคิดเพลงและการสื่อสาร แนวคิดโครงสร้างแห่งความ รู้สึก (Structure of Feeling) แนวคิดสัญวิทยา แนวคิดจิตวิเคราะห์ ความฝัน และกลไกการป้องกันตัวเองทางจิต แนวคิดเรื่องโครงสร้าง (Structure) และมนุษย์ในฐานะปัจเจกผู้กระทำการ (Human Agency) และแนวคิดเรื่องผัวเดียวเมียเดียว โดยผู้วิจัยได้แบ่งเพลงออกเป็น 2 ช่วงเวลาคือ 1.เพลงไทยสมัยนิยม พ.ศ. 2527–พ.ศ. 2547 เป็นมือที่สามเชิงรับ และ 2.เพลงไทยสมัยนิยม พ.ศ. 2548–พ.ศ. 2566 เป็นมือที่สามเชิงรุก รวมทั้งสิ้น 78 เพลง ผลการศึกษาพบว่า เพลงในฐานะวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย (culture of period) ที่บันทึกวิธีคิดของคนในช่วงเวลานั้น ๆ เอาไว้ ส่งผลให้มือที่สามที่ปรากฏขึ้นในเพลงไทยสมัยนิยม พ.ศ. 2527–พ.ศ. 2547 เป็นมือที่สามเชิงรับ และมือที่สามเชิงรุกในเพลงไทยสมัยนิยม พ.ศ. 2548–พ.ศ. 2566 มีลักษณะที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ในเพลงที่เป็นมือที่สามรับ มือที่สามมีลักษณะโอนอ่อนตามสิ่งที่โครงสร้างทางสังคมได้กำกับไว้ อีกทั้งยังต้องเก็บความรู้สึกของตนเองเอาไว้ไม่ให้ปรากฏออกมา อย่างไรก็ดี ยังคงมีความพยายามที่จะต่อรองในรูปแบบของปัจเจกเอง เช่น การขอพื้นที่ในความสัมพันธ์เล็ก ๆ หรือการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ในสถานะอื่น แต่ยังคงมีทีท่ายักแย่ยักยันระหว่างปัจเจกกับโครงสร้างโดยไม่มีการปรากฏขึ้นของการต่อรองอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ปัจเจกยังคงให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ทางสังคมเป็นปัจจัยหลักในการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ในฐานะมือที่สาม โดยที่ความสัมพันธ์แทบทั้งหมดไม่ประสบความสำเร็จในฐานะมือที่สาม และในกรณีที่ประสบความสำเร็จ ปัจเจกก็ไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ ในขณะที่ในยุคที่เป็นมือที่สามเชิงรุก ในภาพรวมเป็นการผลิตซ้ำวิธีคิดแบบเดิมและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ในความสัมพันธ์ในฐานะมือที่สาม กล่าวคือ ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่แล้วปัจเจกจะไม่ประสบความสำเร็จในฐานะมือที่สามเช่นเดียวกับในยุคแรก แต่ปัจเจกมีท่าทีการต่อสู้ต่อรองกับโครงสร้างอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น อันเนื่องมาจากการที่ปัจเจกให้ความสำคัญกับความปรารถนาของตนเองมาก่อนสิ่งอื่น ทำให้ในช่วงเวลานี้ปัจเจกเลือกที่จะเปิดเผยสถานะของตนเองมากกว่าการเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ในสถานะอื่น นอกจากนี้สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในมือที่สามเชิงรุก คือการที่ทุนนิยมเข้ามามีบทบาทในความสัมพันธ์ ส่งผลให้ความคิดแบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลเข้ามามีบทบาท และวิธีคิดแบบตลาดที่จะต้องแข่งขันกันเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจในฐานะมือที่สาม กล่าวโดยสรุป การที่ไม่ปรากฏขึ้นของความปรารถนาที่จะ “เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในความ สัมพันธ์” เป็นการยืนยันว่าวิธีคิดแบบผัวเดียวเมียเดียวได้ยึดพื้นที่อุดมการณ์หลักในพื้นที่ความสัมพันธ์ในเพลงไทยสมัยนิยมดังที่ปรากฏให้เห็นในเพลงว่า ปัจเจกจะสามารถสร้างโลกอีกใบขึ้นมาเพื่อเก็บความ สัมพันธ์เอาไว้ หรือการสร้างความสัมพันธ์ครั้งใหม่ไว้ในความฝัน ความสัมพันธ์ครั้งนั้นก็จะมีได้เพียงแค่สองคนเท่านั้น อันเป็นพื้นที่หลักของชนชั้นกลางในระดับที่แม้แต่ความปรารถนาส่วนลึกในใจปัจเจกความสัมพันธ์ก็มีได้เพียงแค่สองคน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-20



