five

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านระบาดวิทยาในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ: กรณีศึกษา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

收藏
DataCite Commons2022-10-10 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1376
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
กรมควบคุมโรคเป็นหนึ่งในกรมหลักของกระทรวงสาธารณสุขที่มีบทบาทและภารกิจสำคัญรับผิดชอบระบบการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคของประเทศไทย และให้ความสำคัญในการเตรียมพร้อมรับและพัฒนาองค์กร รวมทั้งสร้างแรงจูงใจแก่บุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างที่เรียกว่า “งานได้ผล คนก็เป็นสุข” อันถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จในการบริหารงาน อีกทั้งได้จัดทำแผนปรับปรุงวัฒนธรรมและบรรยากาศภายในองค์กร แต่ยังไม่ตรงประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขตามที่บุคลากรมีความคาดหวัง ทั้งยังไม่มีการค้นหาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพื่อนำไปลดช่องว่างที่เกิดขึ้นและเป็นแรงขับให้บุคลากรกรมควบคุมโรคปฏิบัติงานพร้อมความรักในหน้าที่ รวมทั้งเสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับองค์กร การสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเป็นสิ่งที่องค์กรควรทำให้เกิดขึ้น เพื่อให้บุคลากรมีความตั้งใจในการปฏิบัติงานสำเร็จปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจ ส่งผลให้เกิดผลงานมีคุณภาพ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านระบาดวิทยาในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ: กรณีศึกษา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และปัจจัยแรงจูงใจที่มีผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โดยใช้แนวคิดทฤษฎีแรงจูงใจของ Frederick Herzberg เป็นแรงผลักดันหรือแรงกระตุ้น ที่ทำให้เกิดการใช้พลังที่มีอยู่ภายในต่อการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ปัจจัยที่ใช้ในการศึกษานี้ ได้แก่ ปัจจัยจูงใจและปัจจัยค้ำจุน ที่มีผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากรด้านระบาดวิทยาในการป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ด้านการรายงานและตรวจสอบข้อมูล ด้านการสอบสวนและควบคุมโรค ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลความหมายและด้านการแจ้งข่าวการระบาด โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรในสังกัดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย แพทย์ และนักวิชาการสาธารณสุขงาน วิจัยนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 320 ตัวอย่าง วิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป โดยใช้ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ข้อมูลด้านแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร โดยใช้ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ทดสอบหาค่าความแตกต่างระหว่างตัวแปร โดยใช้ค่าสถิติ T-test / ANOVA และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson 's Correlation Coefficient : r) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรสองตัวที่เป็นอิสระต่อกัน กำหนดระดับของนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยสรุปได้ว่าปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เพศ และตำแหน่ง มีผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานด้านระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ส่วนปัจจัยแรงจูงใจ พบว่า ปัจจัยแรงจูงใจและปัจจัยค้ำจุนในภาพรวมมีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลการปฏิบัติงานระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 โดยมีความสัมพันธ์ (r) เท่ากับ .722 เมื่อจำแนกรายด้านปัจจัยจูงใจ พบว่า ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีความสัมพันธ์มากที่สุด (r) เท่ากับ .489 รองลงมาคือ ด้านความสำเร็จในการทำงาน น้อยที่สุด (r) เท่ากับ .400 ส่วนปัจจัยค้ำจุน พบว่า ด้านความสัมพันธ์กับบุคคลในหน่วยงาน มากที่สุด (r) เท่ากับ .674 รองลงมาคือ ด้านสถานะทางอาชีพ น้อยที่สุด (r) เท่ากับ .379 จากผลของการวิจัยนี้ใช้เป็นแนวทางในการสร้างแรงจูงใจ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผลการปฏิบัติงาน และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคเพิ่มมากขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-10-10
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务