กฎของปีเตอร์กับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง: กรณีศึกษาบริษัทเอกชนไทยขนาดใหญ่
收藏DataCite Commons2023-10-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.975
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้ ผู้วิจัยได้ใช้กฎของปีเตอร์ (Peter Principle) 5 ด้าน เป็นกรอบแนวคิดการวิจัย โดยกฎของปีเตอร์กล่าวว่า ผู้บริหารที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากภายในองค์กร (promotion from within) จนถึงระดับหนึ่ง ทุกคนมีโอกาสที่จะเลื่อนตำแหน่งไปสู่ตำแหน่งที่พวกเขาไร้ความสามารถ (level of incompetence) ซึ่งเห็นได้จากการมีผลงานด้อยลง และส่งผลให้ผลิตผลโดยรวมขององค์กรลดต่ำลงหลังได้รับการเลื่อนตำแหน่ง กฎของปีเตอร์ จะพิจารณาเฉพาะ “ผลการปฏิบัติงาน (performance)” เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว วัตถุประสงค์ของงานวิจัย เพื่อหาคำตอบว่า บริษัทไทยพบปัญหา “กฎของปีเตอร์” หรือไม่ และเพื่อตอบคำถามว่า ผู้คัดเลือกผู้บริหารควรคำนึงถึง ปัจจัยใดบ้าง เพื่อป้องกันหรือลดปัญหา “กฎของปีเตอร์”วิธีดำเนินการวิจัยเป็นแบบผสม (mixed methods) โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 20 ปี ในประเทศไทย ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 1,000 ล้านบาท จำนวน 8 บริษัท โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจำนวน 318 คน และสัมภาษณ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยโดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposeful selection) กลุ่มตัวอย่างที่เลือกมีลักษณะเป็น “information-rich case” คือ เป็นผู้ที่เหมาะสมกับจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของการศึกษามากที่สุด ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง จำนวน 16 คน (จาก 8 บริษัท) ได้แก่ ระดับ 1 (President/CEO/MD) (8 คน) ระดับ 2 (Senior Vice President/Vice President/CFO/COO/DMD) (8 คน)ผลการวิจัย พบว่า คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกฎของปีเตอร์ทั้ง 5 ด้าน โดยมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในระดับมาก ซึ่งหมายความว่า ปัญหากฎของปีเตอร์ดังกล่าว ยังมีอยู่จริงค่อนข้างมากในสังคมไทย และผลจากการสัมภาษณ์ พบว่าปัจจัยที่มีส่วนสำคัญในการคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่งที่จะขึ้นเป็นผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปนั้น ประกอบด้วย 5 ปัจจัย คือ 1. ความเชี่ยวชาญในงาน (expertise) 2. ความรับผิดชอบ (accountability) 3. ฟื้นตัวได้เร็ว เมื่อเผชิญกับปัญหาและสิ่งท้าทาย (resilience) 4. ทัศนคติที่ดี (attitude) และ 5. การประสานพลัง-ประโยชน์เชิงทวี (synergy)สำหรับผู้บริหารระดับสูงนั้น “การประสานพลัง-ประโยชน์เชิงทวี “ เป็นปัจจัยที่สำคัญมากโดยเฉพาะในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งงานวิจัยที่ผ่านมาไม่ได้แยกแยะในสิ่งนี้อย่างชัดเจนงานวิจัยนี้มีข้อเสนอแนะเพื่อที่จะช่วยลดความผิดพลาดหรือเพิ่มประสิทธิผลในการเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารนอกเหนือจากการดูที่ผลการปฏิบัติงานเพียงอย่างเดียวตามกฎของปีเตอร์แล้ว ผู้ที่เป็น “ผู้ที่มีศักยภาพสูง (talent)” ซึ่งควรได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหาร จะต้องมีคือ “ความสามารถ (competency)” ซึ่งหมายถึง ความรู้ (knowledge) ทักษะ (skill) ลักษณะเฉพาะ (attribute) ที่ทำให้บุคคลสามารถปฏิบัติงานได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดีภายใต้ทรัพยากรที่กำหนด และ ความสามารถ 5 เรื่อง ที่องค์กรเป้าหมายให้ความสำคัญดังกล่าว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-03



