การพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อก้าวไปสู่การเป็น SMART Parliament
收藏DataCite Commons2022-10-10 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1374
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัย เรื่อง การพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อก้าวไปสู่การเป็น SMART Parliament ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันและสมรรถนะที่คาดหวัง ต่อการเป็น SMART Parliament และศึกษารูปแบบในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะอันจะนำไปสู่การเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อการเป็น SMART Parliament โดยใช้แบบสอบถามสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 370 คน เพื่อให้ข้าราชการประเมินตนเองถึงระดับสมรรถนะต่อการเป็น SMART Parliament โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ ได้แก่ SMART Work, SMART Competency และ SMART Development เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2564 – เมษายน 2564 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis) ผลการวิจัยสรุปได้ว่า สมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อการเป็น SMART Parliament ที่เป็นอยู่จริงและที่คาดหวัง ตามคุณลักษณะของระบบราชการ 4.0 มีค่าเฉลี่ยสมรรถนะที่ต้องได้รับการพัฒนาโดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อยที่สุดทุกด้าน ทั้งนี้ ผู้ศึกษาได้จัดกลุ่มตามค่าระยะห่างช่องว่างสมรรถนะ (Gap Analysis) เพื่อแบ่งระดับความเร่งด่วนของการพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบว่าสมรรถนะใดควรได้รับการพัฒนาและควรให้ความสำคัญในแต่ละประเด็นอย่างไร ซึ่งจากผลการศึกษา พบว่า อันดับที่ 1 สมรรถนะที่ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องการได้รับการพัฒนามากที่สุด คือ ด้านระบบราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen-centric government) โดยมีประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนามากที่สุด คือ การทำงานโดยเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในงานบริการต่าง ๆ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขององค์การ (big government data) ระบบดิจิทัลสมัยใหม่ในการทำงานและการให้บริการประชาชนได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการมาด้วยตนเอง อันดับที่ 2 ด้านระบบราชการที่เปิดกว้างและเชื่องโยงกัน (Open & Connected Government) โดยมีประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนา คือ การปรับปรุงการโอนถ่ายภารกิจที่ไม่อยู่ในขอบเขตหรือไม่สมควรดำเนินการของตนเองไปให้แก่ภาคส่วนอื่นที่เหมาะสมได้รับผิดชอบแทน การทำงานโดยเกิดการเชื่อมโยงภายในหน่วยงานภาครัฐด้วยกันอย่างมีเอกภาพและประสานงานร่วมกันได้ดี และการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนร่วมงาน บุคคลในองค์การ หรือหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ อันดับที่ 3 ด้านระบบราชการที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & high performance government) โดยมีประเด็นที่ควรได้รับการพัฒนา คือ การมีส่วนร่วมและการช่วยองค์กรในการพิจารณาและปรับปรุงการวางกฎระเบียบขององค์กรอย่างเหมาะสม (Smart Regulation) และยกเลิกการควบคุมที่ไม่เกิดประโยชน์ลง การให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่อยู่บนฐานของข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องเชิงลึก สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดความคุ้มค่า รวมถึงการมีขีดสมรรถนะในการทำงานสูง และสามารถปรับตัวเพื่อเข้าสู่การเป็นบุคลากรในองค์การภาครัฐสมัยใหม่ ประกอบกับด้านลักษณะงาน ลักษณะตำแหน่ง ของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (Smart Work) โดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก กล่าวได้ว่า ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีความเห็นว่าลักษณะงาน ลักษณะตำแหน่งมีความพร้อมที่ดีอยู่ในระดับหนึ่ง อีกทั้ง ถือเป็นส่วนที่ช่วยส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพส่งต่อการพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อก้าวไปสู่การเป็น SMART Parliament ด้วย และในส่วนการศึกษารูปแบบในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะของข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อการเป็น SMART Parliament พบว่า ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่ารูปแบบที่เหมาะสม 3 อันดับแรก คือ การศึกษาระยะยาว การหมุนเวียนงาน การศึกษาระยะสั้น และระบบการสอนงาน ทั้งนี้ ควรที่จะจัดหลักสูตรที่เหมาะสม และมีรายละเอียดเชิงลึกเพื่อให้ข้าราชการได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมกว่าหลักสูตรพื้นฐานโดยทั่วไป ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรควรมีการปรับปรุงและพัฒนาระบบการทำงาน ใน 7 ด้าน ดังนี้ 1) สมรรถะการปฏิบัติงาน ควรปรับแนวคิด และทัศนคติของข้าราชการให้เปิดรับความเป็น Smart ในโลกปัจจุบันให้สำเร็จในเบื้องต้น และปรับ mind set ของบุคลากรให้ทันสมัย และพร้อมที่จะเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ ๆ 2) ด้านบุคลากร ควรปรับแนวคิดและทัศนคติของข้าราชการให้เปิดรับความเป็น Smart ในโลกปัจจุบันให้สำเร็จในเบื้องต้น และปรับ mind set ของบุคลากรให้ทันสมัย และพร้อมที่จะเปิดรับองค์ความรู้ใหม่ๆ 3) งบประมาณ ควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่าย เพื่อจัดเตรียมระบบเครือข่ายการเชื่อมต่ออย่างเต็มประสิทธิภาพและมีระบบการทำงานแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบเพื่อช่วยลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน 4) เครื่องมือ/อุปกรณ์ ควรนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าช่วยการระบบการทำงาน เช่น ระบบการแลกบัตรและแสดงตัวตนของผู้ติดต่อราชการ ผู้ชี้แจง บุคลากรในวงงานรัฐสภา ระบบการเสนอเอกสารราชการตามลำดับชั้น ควรเพิ่มระบบเทคโนโลยีสารสนเทศกับการปฏิบัติงานให้มากกว่าเดิมเพื่อปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบการปฏิบัติให้รองรับต่อยุคดิจิทัล ควรพัฒนาและปรับปรุงระบบเครือข่ายสารสนเทศและอุปกรณ์เทคโนโลยีให้พร้อมปฏิบัติงาน ควรให้ความสำคัญและสนับสนุน hardware software และแพลตฟอร์มอย่างเพียงพอ รวมถึงควรมี cloud ของหน่วยงาน 5) การบริหารงาน ควรมีการปรับปรุงระเบียบราชการต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบัน ควรมีคำสั่งตามแนวนโยบาย หรือแผนการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการการส่งเสริมเชิงบังคับด้วยการออกระเบียบข้อบังคับในการพัฒนาสมรรถนะต่าง ๆ 6) การจัดฝึกอบรม ควรเลือกช่วงเวลาที่บุคลากรมีเวลา วิเคราะห์หลักสูตรที่เหมาะสมและได้ประโยชน์จริงต่อการปฏิบัติกับข้าราชการแต่ละตำแหน่ง ช่วงวัย และอำนาจหน้าที่ ซึ่งมิใช่เพียงการฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน ควรเน้นส่งเสริมด้านทักษะดิจิทัล ทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ ทักษะการใช้ความคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ และการทำงานเป็นทีมอย่างจริงจัง 7) ลักษณะการปฏิบัติงาน ควรสนับสนุนการบูรณาการการทำงานโดยอาจกำหนดเป็นตัวชี้วัดหรือมีการประเมินเพื่อเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม และการเป็น SMART Parliament จะต้องคำนึงถึงสมาชิกรัฐสภาให้เห็นถึงความสำคัญและให้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมการพัฒนาไปพร้อมกัน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-10-10



