five

พฤติกรรมการซื้อสินค้าเพื่อความสะดวกและเสริมความปลอดภัยภายในบ้านสำหรับผู้สูงอายุและครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุ

收藏
DataCite Commons2023-07-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.300
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Aged Society) หรือมีจำนวนประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 7% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ และในอีก 9 ปีถัดไปประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสุดยอด (Hyper-Aged Society) หรือมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเข้าใกล้ 20% โดยประชากรกลุ่มนี้จะมีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วขึ้น ด้วยหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งอัตราการเกิดที่ลดลงตามการแต่งงานที่ช้า และความไม่ต้องการมีบุตรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการแพทย์ที่พัฒนาทำให้คนมีอายุยืนขึ้น ด้วยเหตุนี้หน่วยงานภาคธุรกิจจึงหันมาให้ความสนใจและเตรียมความพร้อมเพื่อตั้งรับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่กลุ่มนี้กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตผู้สูงอายุจะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในหลาย ๆ ด้าน พร้อมทั้งมีอำนาจต่อรองในการซื้อและมีศักยภาพในการบริโภค จากการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณมาเป็นอย่างดี จากการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุจะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เพื่ออำนวยความสะดวกในยามเกษียณกว่า 82% เนื่องจากคนในวัยนี้มักสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเองอันเกิดจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอย ฉะนั้นจึงมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งหากมีสินค้าหรือบริการใดสามารถช่วยคลายความกังวลเหล่านี้ได้ก็จะมีโอกาสได้รับความสนใจเป็นพิเศษ จากผู้บริโภคที่เป็นผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ในความดูแลงานวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อสินค้าเพื่อความสะดวกและเสริมความปลอดภัยภายในบ้านของผู้สูงอายุและครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และพัฒนากลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ซึ่งใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) ผ่านการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured) คือมีการวางแนวทางและโครงสร้างคำถามไว้ล่วงหน้า โดยใช้คำถามปลายเปิด (Open-ended Question) มีการแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม รวมจำนวนทั้งสิ้น 20 ตัวอย่าง ได้แก่ วัยผู้สูงอายุจำนวน 10 ราย และบุคคลในครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุจำนวน 10 รายผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการซื้อของกลุ่มตัวอย่างแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการซื้อที่มีความซับซ้อน และ พฤติกรรมการซื้อที่แสวงหาความหลากหลาย ในขณะที่กลุ่มครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการซื้อเป็นนิสัย สืบเนื่องมาจากผู้บริโภคมีกระบวนการตัดสินใจซื้อที่ต่างกันในขั้นตอนการค้นหาข้อมูลและการประเมินทางเลือก เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างแต่ละกลุ่มให้ความสำคัญกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อต่างกัน ซึ่งสามารถเรียงลำดับปัจจัยตามอิทธิพลที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อจากมากไปน้อย ได้ดังนี้ 1. ปัจจัยด้านจิตวิทยาผู้บริโภค ในเรื่อง แรงจูงใจ และการรับรู้ 2. ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ 3. ปัจจัยด้านราคา สำหรับปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาดพบว่ามีเพียงกลุ่มครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการขาย นอกจากนี้ยังพบปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อกล้องวงจรปิดไร้สายเพิ่มเติมจากกรอบแนวคิดการวิจัยทั้งหมด 4 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านประโยชน์ทางธุรกิจ ปัจจัยเรื่องความพร้อมทางการเงิน ปัจจัยด้านการติดต่อสื่อสาร และปัจจัยด้านมุมมองที่มีต่อกล้องวงจรปิดไร้สายว่าเป็นสินค้าจำเป็น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-07-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务